ผ่านไปแล้วสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ซึ่งผลการลงมติก็ออกมาไม่ได้พลิกความคาดหมาย เมื่อนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 10 คน ผ่านการไว้วางใจทุกคน
แต่ก็ถือเป็นชัยชนะที่บอบช้ำเพราะแผลที่ถูกเปิดในการอภิปรายครั้งนี้ เหวอะหวะกันไปถ้วนหน้า
ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำรัฐนาวา ที่ถูกลากไส้ถึงพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ ทัศนคติ วิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหาร
ความเป็นประชาธิปไตย ใช้กฎหมายปิดปากประชาชนและ การปล่อยปละละเลยให้เกิดระบบ เอื้อพวกพ้อง จนกลายเป็นวัฒนธรรม ลอยนวลพ้นผิด
ไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งใดๆ
ตลอดจนท่าทียิ้มแย้มแอ่นอกรับว่าเป็นผู้ก่อรัฐประหารเพียงคนเดียว
หรือกระทั่งบรรดา ‘นั่งร้าน’ รัฐมนตรีต่างๆ ที่ถูกเปิดโปงพฤติกรรมต่างๆ ให้ประชาชนได้รับรู้
ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรมพี้กัญชาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล การกล่าวหาซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่อ้างว่าขายหุ้นให้คนใกล้ชิดไปเกือบ 120 ล้านบาท แต่ไม่มีหลักฐานอะไร นอกจากสลิปโอนเงิน 3 ครั้ง
แถมเงินดังกล่าวยังไม่ได้ชี้แจงในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นป.ป.ช.อีกด้วย
พรรคประชาธิปัตย์ ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้คะแนนไว้วางใจต่ำสุด แม้แต่ส.ส.ของพรรคตัวเองก็ยังลงมติไม่ไว้วางใจ
รวมทั้งรัฐมนตรีอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ชี้แจงไม่ชัดเจน อย่างนายจุติ ไกรฤกษ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น
ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ มีบันทึกในออนไลน์ เปิดฟังย้อนหลังได้ตลอด
น่าสนใจที่ผลโหวตจากโพลต่างๆ ประชาชนจะออกเสียงชัดเจนถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่ไว้วางใจรัฐบาล
แล้วทำไมส.ส.เสียงข้างมาก ถึงเห็นสวนทางประชาชน
เพราะคิดว่าไม่สำคัญให้ต้องสนใจ หรือมีแรงจูงใจอื่นๆ ที่มีค่ามากกว่า
กลายเป็นคำถามว่าในการเลือกตั้งครั้งทั่วไปที่จะมาถึง ประชาชนที่มีความรู้สึกนึกคิด จะมีท่าทีอย่างไรกับส.ส.กลุ่มนี้
เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกัน!!!
รุก กลางกระดาน