ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม สำหรับกรณีของส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ตำรวจหญิงสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
ที่ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายทหารรับใช้ ที่ฝากเข้าไปเป็นทหาร โดยอ้างว่ามีเส้นสายใหญ่โตระดับสมาชิกวุฒิสภาอยู่เบื้องหลัง
และหลังจากที่สังคมตั้งคำถามมากกว่า 2 สัปดาห์ ควานหากันให้ควั่ก บรรดาส.ว.หลายคนถูกหางเลขต้องออกมาปฏิเสธกันพัลวันว่าไม่เกี่ยวข้อง
ในที่สุด นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ก็แสดงความกล้าหาญ แสดงความเป็นลูกผู้ชาย ด้วยเปิดตัวออกมาแล้วว่าเขานี่แหละที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ แต่ได้ตัดขาดกันไปนานแล้ว
พร้อมยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือส.ต.ท.หญิงเข้ารับราชการ รวมทั้งช่วยให้สาวใช้ในบ้านเข้ารับราชการทหาร
พร้อมเข้ารับการตรวจสอบทุกขบวนการ!!!
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะสังคมก็ต้องการคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับราชการตำรวจ ด้วยอายุ 39 ปี ในวุฒิปวส.ด้านบัญชี ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามที่รองโฆษกตร.ชี้แจง
มากฝีมือ มากความสามารถเช่นนี้ทำไมปล่อยไปให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล แล้วปล่อยต่อไปยังกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยที่ตัวเองไม่ได้ไปทำงานอีก
นอกจากนี้ยังมีชื่อเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มีชื่อขอเครื่องราชฯ เป็นนักวิชาการประจำกมธ.
ความสามารถล้นพ้น หรือมีลับลมคมใน!!
หรือกระทั่งทหารรับใช้ ที่ติดยศสิบตรี ไปมีความสามารถขนาดไหนให้กมธ.สนช.ทำหนังสือขอตัวมาช่วยราชการประจำกมธ.
แล้วไปโผล่รับใช้ตำรวจหญิงอยู่บ้านพักที่จ.ราชบุรีได้อย่างไร เป็นภารกิจของกมธ.สนช.หรือไม่
ทั้งหมดล้วนไม่สมเหตุสมผล และต้องมีคำตอบว่าค่าใช้จ่ายที่เสียไป ไม่ใช่เงินส่วนตัวของใคร
แต่เป็นภาษีประชาชนของคนไทยทั้งประเทศ
และนอกจากการใช้จ่ายเงินแล้ว ยังลามไปถึงการแต่งตั้งโยกย้าย ตั๋วช้าง การเล่นพรรคเล่นพวก ระบบอุปถัมภ์ ที่เป็นมะเร็งร้ายทำลายประเทศชาติอยู่ในขณะนี้
แน่นอนหากนายธานี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เอกสารราชการมีคนเซ็นลงนาม มีคำสั่งชัดเจน
ในที่สุดก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นใครเท่านั้น!!!
รุก กลางกระดาน