การทำหน้าที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ผ่าน 3 สัปดาห์ เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4
จากการสำรวจโพล แม้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 41.46 ไม่พอใจต่อการทำงาน พอใจมีเพียงร้อยละ 8.46 ค่อนข้างพอใจ กับ ไม่ค่อยพอใจ ใกล้เคียงกันในระดับร้อยละ 22
นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งพักงานนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา
การเข้าทำหน้าที่รักษาราชการแทนของพล.อ.ประวิตร ช่วยให้บรรยากาศการเมืองคลี่คลายได้พอสมควร
สาเหตุหนึ่งอาจเพราะพล.อ.ประวิตร มีบุคลิกแตกต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ อย่างสิ้นเชิง
การไม่ได้เป็นผู้นำก่อรัฐประหารปี 57 ทำให้ภาพดูซอฟต์ลง
พล.อ.ประวิตรยังมีลักษณะประนีประนอมสูง เป็นสุภาพบุรุษ ไม่กระโชกโฮกฮากกับสื่อ รู้จักให้เกียรติประชาชน ชั้นเชิงการเมืองแพรวพราว พูดน้อย แต่พูดแล้วดูฉลาดกว่าคนพูดมาก
อย่างไรก็ตาม การเพิ่งเข้าทำหน้าที่รักษาการแทนพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ถึงเดือน การตัดสินว่าดี-ไม่ดี เหมาะ-ไม่เหมาะกับเก้าอี้นายกฯ เต็มตัวในอนาคต แค่เวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ไม่อาจด่วนสรุปตัดสินได้
แต่ถึงอย่างนั้นสังคมก็รู้สึกการที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 8 ปี เป็นอะไรที่น่าเบื่อสุดๆ
พล.อ.ประวิตรอาจไม่ได้ดีกว่ามากมาย แต่การเปลี่ยนตัวผู้นำ ถึงจะแค่รักษาการ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกบวก มากกว่าลบ
เป็นเหตุผลว่าทำไมคนจึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์พักงานแบบถาวร
หลายคนนึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำ หากผลวินิจฉัยตัดสินให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาทำหน้าที่นายกฯ ต่อได้ ไม่ว่าจะในห้วงเวลาไปจนถึงปี 68 หรือจนกว่ารัฐบาลชุดนี้จะหมดเทอมในอีกราว 6 เดือนข้างหน้า
ประเทศจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่
เมื่อรู้ตัวเป็นคนที่ประชาชนไม่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรพอ หากประกาศวางมือก่อนกำหนด ก็พอหลงเหลือศักดิ์ศรีให้คนชื่นชมอยู่บ้าง ไม่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล
เพราะถึงจะกลับมาได้ ก็ไม่เหลือสภาพให้ไปต่อเพราะประชาชนไม่ยอมรับ ไม่เอาแล้ว
ประชาชนรู้ข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มา 8 ปีแล้ว
เป็นข้อเท็จจริงที่แม้แต่เนติบริกรตัวพ่อ ก็ไม่สามารถบิดเบือนได้
มันฯ มือเสือ