ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ สำหรับการประกาศเปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งน่าสนใจว่ากระแสตอบรับเป็นอย่างไร
ซึ่งจริงๆ แล้วก็น่าจะคึกคัก เพราะมีคนนับหมื่น รถทัวร์เป็นร้อย รถบัส รถแวนอีกเพียบ นำประชาชนที่ชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมพิธี
แถมแจกเสื้อให้ใส่นั่งกันเป็นแถวลายธงชาติ อย่างเป็นระเบียบพร้อมเพรียง
แต่แล้วกระแสที่ตอบรับกลับไม่ได้เป็นไปตามคาด ไม่ได้โด่งดังเป็นพลุแตก เป็นความหวังใหม่ของปวงชนชาวไทย
แน่นอนว่า “ประเทศไทยต้องไปต่อ” อย่างตอกย้ำซ้ำเตือน แต่กลับถูกมองว่าประเทศไปต่อแน่ แต่กับใคร คนไหน เท่านั้น!??
ไม่เพียงแค่นั้น การเปิดตัวอย่างรวดเร็วกว่าคู่แข่งคนอื่น แถมยังอยู่ในฐานะนายกฯ ย่อมตกเป็นเป้าใหญ่ จับตาในเรื่องการใช้อำนาจรัฐ การทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ยิ่งก่อนการเปิดตัวใช้อำนาจนายกฯ เซ็นตั้งที่ปรึกษาที่มาจากพรรคที่ตัวเองสังกัดรวดเดียว 3 คน ยิ่งท้าทายกับข้อครหาต่างๆ นานา
อย่างไรก็ตามพอจะเข้าใจได้ว่าที่ต้องทิ้งไพ่เปิดตัวกันวันนี้ ก็เพราะกลัวนานไปบรรดาส.ส.ที่จะย้ายพรรคจะได้สังกัดกันไปหมด
นึกว่าเปิดตัวแล้วจะปึ๋งปั๋ง แต่สุดท้ายก็ยังนิ่ง
เพราะแม้พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัว แต่ก็ต้องศึกษาการเมืองอีกนิดว่า มันมีทั้งเรื่อง ‘กระแส’ และ ‘กระสุน’
เรื่องกระสุนคงไม่พูดถึง แต่เรื่องกระแสนั้น ก็น่าสนใจว่าเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เลิกเล่นบทผู้ไกล่เกลี่ย มาเป็นคู่ขัดแย้ง แถมคนที่ขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นประชาชนส่วนใหญ่ที่ถูกไล่จับไล่ปราบช่วงม็อบปี 62-63
นำประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งบทใหม่โดยเฉพาะเรื่องราวของคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่
ยิ่งจุดพลุเรื่องแก้รัฐธรรมนูญวาระนายกฯ 8 ปี เพื่อจะอยู่ต่อ อยู่ยาว
ก็มองไม่ออกจริงๆ ว่าจะกลายเป็นที่นิยมจนคนเลือกตั้งเข้ามาใหม่ได้อย่างไร!??
อีกทั้งเมื่อเจอโพสต์เปิดใจของพี่รัก อย่างพล.อ.ประวิตร ที่ย้ำชัดว่าพล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารคนเดียว แถมยังเป็นคนตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ 3 ป.
ยิ่งสะท้อนตัวตนพล.อ.ประยุทธ์ได้ชัดเจน!!
แล้วจะเอาคะแนนมาจากไหน เป็นเรื่องที่อยากรู้จริงๆ!!
รุก กลางกระดาน