ยังคงมืดมนกับการแก้ปัญหาจริงๆ สำหรับปัญหาฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 ที่ทำลายล้างสุขภาพของประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน
และไม่ว่าจะสอบถามถึงแนวทางแก้ปัญหาจากรัฐบาลสักกี่ครั้ง ก็ไม่มีแผนงานชัดเจน มีแต่ความอ้ำอึ้ง
ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่เลยก็ตาม
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งแย่หนัก อย่างในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย หมอกควันพิษบดบังจนวิสัยทัศน์เลวร้าย แสงอาทิตย์ทะลุลงมาได้เพียงเล็กน้อย
การตรวจวัดค่าฝุ่นที่เป็นวิทยาศาสตร์ ก็พุ่งสูงถึงขั้น 5-600 AQI จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 AQI
เกินขึ้นไปนับ 10 เท่า!!!
ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน แม้บางส่วนจะไม่เห็นทันตา แต่เป็นภัยเงียบ พิษร้ายแรงที่สะสมในร่างกาย จนเกิดอันตรายในอนาคต
ยังไม่นับถึงกลุ่มคนเปราะบาง อย่างเด็กและผู้สูงอายุ ที่อาจเกิดอันตรายฉับพลันได้ทุกขณะ
ซึ่งสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น เราจะเห็นความพยายามเอาตัวรอด ช่วยเหลือตัวเองกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการระดมเครื่องฟอกอากาศในบ้านพักอาศัย และสถานที่อ่อนไหว อย่างห้องพักเด็กแรกคลอด ในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อป้องกันเหล่าทารกให้ได้มากที่สุด
คนที่เอาตัวรอดได้ ก็เดินทางออกจากพื้นที่ แต่ก็มีอีกหลายส่วนที่ไปไหนไม่ได้ ต้องทนรับกรรมที่เกิดขึ้น อย่างไม่มีทางเลือก
ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ เพจนครเมืองเชียงราย ได้ออกมารณรงค์ให้ชาวเชียงรายช่วยกันรดน้ำต้นไม้และถนนหน้าบ้าน เพื่อสร้างความชุ่มชื้น
หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งให้ฝนตกลงมาแก้ปัญหาได้!!
แม้จะเข้าใจถึงความมุ่งหวังพยายามให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่หากใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการแก้ปัญหา
ก็ต้องยืนยันว่าไม่ใช่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
อย่างไรก็ตามสะท้อนถึงความสิ้นหวังในการที่จะมีใครมาช่วยแก้ปัญหา อะไรที่มีอยู่ใกล้มือ คว้าได้ก็คว้า ทำได้ก็ทำ
จึงต้องตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า จะปล่อยให้ประชาชนหมดหวังเช่นนี้ถึงเมื่อไหร่
หากไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ก็อย่าหวังจะได้โอกาสกลับมาอีกเลย
ประชาชนเขาจดจำ!!!
รุก กลางกระดาน