องค์ประกอบเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 เดินมาถึงจุดชัดเจนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
ทั้งในส่วนผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต และผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ของทุกพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน
เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะในส่วนของส.ส.แบ่งเขต บางส่วนยังต้องรอฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 4 คน
ยื่นฟ้องการประกาศแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ สกลนคร และสุโขทัย ว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 27 กำหนดไว้
ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สร้างความสับสนให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ์
โดยศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย.
หากศาลตัดสินว่าประกาศแบ่งเขตของ กกต. ทำถูกต้องแล้ว ทุกอย่างก็สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่หากออกมาตรงกันข้าม ก็ต้องดูว่า กกต.เตรียมหาทางออกไว้อย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อจุดหมายปลายทางวันที่ 14 พ.ค.
สำหรับในส่วนผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ที่ กกต.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา
เพียงแค่วันแรก พรรคการเมืองหลักก็ยื่นรายชื่อผู้สมัครครบถ้วนทุกพรรค ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ไม่แพ้การเปิดรับสมัครแบบแบ่งเขตวันแรก
ผลจับสลากวัดดวงหมายเลขประจำพรรค เฉพาะพรรคหลักไล่เรียงมาทีละพรรค มีเพียงพรรคภูมิใจไทยที่ได้เลขตัวเดียว คือ เบอร์ 7 นอกนั้นเป็นเลขสองตัวทั้งหมด
รวมไทยสร้างชาติ ได้เบอร์ 22, เพื่อไทย 29, พลังประชารัฐ 37, ก้าวไกล 31, ประชาธิปัตย์ 29, รวมไทยสร้างชาติ 22, ชาติไทยพัฒนา 18, ชาติพัฒนากล้า 14 เป็นต้น ส่วนน้องใหม่ พรรคเปลี่ยน ได้เบอร์ 20
อย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการที่เบอร์ผู้สมัครเขต กับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเดียวกัน เป็นคนละเบอร์
อาจทำให้การรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครและพรรคมีความยากมากขึ้น ขณะที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ก็ต้องจดจำหมายเลขของ “คนที่ใช่” และ “พรรคที่ชอบ” ให้แม่นยำ และต้องไม่สับสน
จากนี้ไปจนถึง 14 พ.ค. ยังมีเวลาอีกประมาณเดือนครึ่ง
นักการเมือง พรรคการเมืองก็ต้องพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน
ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ต้องท่องจำหมายเลขผู้สมัคร และหมายเลขพรรคที่ต้องการจะเลือกไว้ให้ดี
เพื่อให้ผลเลือกตั้งออกมาตรงใจทั้งสองแบบ
มันฯ มือเสือ