เหลืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์แล้ว สำหรับการเลือกตั้งทั่วไป หรือที่เรียกกันว่าการเลือกตั้ง 66
ซึ่งถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญระหว่างพลังอนุรักษนิยม และฝ่ายก้าวหน้า
แน่นอนว่าผลที่ออกมา จะเป็นตัวชี้วัดอนาคตประเทศไทยว่าจะเดินไปทางไหน
หากฝ่ายก้าวหน้าได้รับชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่จะต้องรอดูว่าจะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ทำตามนโยบายที่วาดหวังไว้ได้หรือไม่
แต่ถ้าฝ่ายอนุรักษนิยมสามารถรักษาฐานอำนาจไว้ได้ จากผลการเลือกตั้ง แม้อาจจะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก
แต่อย่างน้อยก็ได้รับทราบฉันทามติของประชาชนว่าต้องการอย่างไรกันแน่
สิ่งเหล่านี้ต่างหากถือเป็นเรื่องสำคัญ!!!
เพราะที่ผ่านมา การที่ประเทศติดหล่มเข้ารกเข้าพงมานับสิบๆ ปี ก็เพราะการไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชนนี่แหละ
ทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี สรรหาสิ่งเหมาะสมมาให้กับประเทศ จนล้ำเส้นกลายเป็นการรัฐประหาร
ก็เพราะไม่เชื่อมั่นว่าประชาชนคิดได้ คิดเป็น
แม้จะอ้างอยู่ตลอดว่ามีเจตนาที่ดี แต่ผลที่เกิดขึ้นก็เห็นๆ กันอยู่ว่าทำให้ประเทศชาติย่ำแย่เพียงใด
การกลับเข้ามาสู่การยอมรับอำนาจของประชาชน จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่เรียกว่าปฏิวัติรัฐประหาร
สำหรับประชาชนทั่วไป เชื่อว่ายอมรับได้กับผลการเลือกตั้ง หากชนะ ก็ให้โอกาสทำงาน และต้องตรวจสอบการบริหารไม่ให้ลุแก่อำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชน
หากพ่ายแพ้ ก็รอเลือกใหม่อีกครั้ง 4 ปีหน้า หากครบวาระ หรืออาจเร็วกว่านั้น ถ้าไปไม่รอดต้องยุบสภา
มันก็มีแค่นี้!!!
เพราะอย่าลืมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งสุดท้าย ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโลก แต่เป็นเพียงการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง
ไม่ถูกใจ ก็ติดตามตรวจสอบ อาจจะชุมนุมเรียกร้อง สั่งสอนนักการเมืองเหล่านี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ทั้งหมด
แต่ไม่ใช่ไม่ได้ดั่งใจ ก็ร้องแรกแหกกระเชอ ไปขออำนาจนอกระบบมาเป็นตัวช่วย
ซึ่งก็รวมไปถึงการใช้กลไกต่างๆ ที่พยายามบิดเบือนเสียงของประชาชน
เพราะอย่างที่เห็นว่าสังคมได้เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว หากใช้วิธีเดิมๆ แล้วคิดว่าจะได้ผลให้ประชาชนจำยอม อดทนไปเรื่อยๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
หรือหากอยากจะลองทำ อะไรที่ไม่เคยได้เห็นก็คงได้เห็นในครั้งนี้
อยู่ที่ว่ากล้าเสี่ยงกันจริงๆ ใช่ไหม!!!
รุก กลางกระดาน