“ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ”
“ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักความผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความแบบรัวๆ ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ค. เวลา 08.36 น. กับ 10.26 น.
ต่อเนื่องจาก 1 พ.ค. นายทักษิณทวีตข้อความ “เช้าวันนี้ ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชายชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คนคลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปี กรกฎาฯ นี้แล้ว พบกันเร็วๆ นี้ ครับ ขออนุญาตนะครับ”
หลังมีการนำข้อความดังกล่าวไปแชร์ต่อๆ กันในโลกโซเชี่ยล และสื่อออนไลน์ สังคมก็เกิดปฏิกิริยาเป็นหลายแนวคิด ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แล้วก็มีที่รู้สึกเฉยๆ เพราะได้ยินมาแล้วหลายครั้ง
กับบางคนที่มองว่า ทักษิณช่างขยันหางานให้พรรคเพื่อไทยเสียเหลือเกิน
โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งใกล้มาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า แทนที่พรรคจะได้เร่งหาเสียงนโยบาย กลับต้องมาเสียสมาธิคอยตอบคำถามชี้แจงเรื่องทักษิณ ประกาศจะกลับบ้านก่อนวันเกิดเดือนก.ค.
ถึงเจ้าตัวจะยืนยันปฏิบัติการ “กลับบ้าน” จะไม่เป็นภาระให้พรรคเพื่อไทย
ขณะที่บุคคลในพรรคระดับแกนนำต่างก็พูดตรงกันว่า การทวีตข้อความของนายทักษิณ เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นการตัดสินใจส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย
แต่ไม่ว่านั่งยัน นอนยันอย่างไร สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมรู้สึกก็คือ “ทักษิณ” กับพรรคเพื่อไทย เป็นสองสิ่งที่แยกจากกันได้ยาก
โดยเฉพาะเลือกตั้งครั้งนี้ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งให้กำเนิดหลานคนที่ 7 “น้องธาษิณ” มีชื่อเป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย พรรคซึ่งถูกยกเป็นเต็ง 1 แกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
การโยงปฏิบัติการ “กลับบ้าน” เข้ากับยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่แปลกคือ ครั้งนี้ปฏิกิริยาจากนักการเมืองฝ่ายอำนาจเก่า ศัตรูหมายเลข 1 ของตระกูล “ชินวัตร” กลับนุ่มนวลผิดปกติ
อย่างมากก็แค่ “ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม”
มันฯ มือเสือ