ข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติจากนายจเด็จ อินสว่าง วุฒิสมาชิก แป้กไม่เป็นท่า ไปต่อไม่ได้ ไม่มีฝ่ายใดเออออด้วย
เพราะคนไทยได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งชัดเจนแล้ว
แต่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เป็นประธานก็โดดรับลูก
นัดประชุมหารือข้อเสนอนายจเด็จ ในฐานะรองประธานกมธ. ที่ให้ทุกพรรคที่ได้รับเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลทำงานร่วมกัน
ต่อมา นายเสรีแถลงว่าที่ประชุมได้รับฟังความเห็นของนายจเด็จ เห็นว่าเป็นการมองการณ์ไกล หวังดี เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเลือกนายกฯที่อาจเกิดความขัดแย้ง
สรุปว่ารัฐบาลแห่งชาติเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นเรื่องนอกรัฐธรรมนูญ ช่วง 18 ปีที่ผ่านมา มีข้อเสนอนี้ถึง 8 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
แต่สุดท้ายก็แบไต๋ออกมาจนได้ ครานี้อ้าปากก็เห็นถึงไส้ติ่ง
อ้างว่าการสร้างความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องได้รับความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย
พร้อมโยนหินถามทางอีกว่า มาตรา 272 วรรคสอง ว่าด้วยการเห็นพ้องของที่ประชุมรัฐสภา 2 ใน 3 หรือ 500 เสียง ที่ร่วมเว้นบทบัญญัติใช้แคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรคการเมือง เพื่อเปิดช่องให้เลือกนายกฯ คนนอก
ทั้งๆ ที่กระบวนการโหวตนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 วรรคหนึ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้น
ในที่ประชุมกรรมาธิการคณะนี้ กลับพูดถึงเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับประเด็นการเมืองหลังเลือกตั้งด้วย เช่น
การเลือกนายกฯอาจมีข้อขัดแย้ง ประเด็นคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. การถือหุ้นสื่อไอทีวี รวมถึงนโยบาย ที่มีประเด็นความมั่นคง เกี่ยวกับต่างประเทศที่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง ปัญหาเศรษฐกิจ การบริหารงบประมาณแผ่นดิน
การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ที่มีผลกระทบหมวด 1, หมวด 2 ที่กระทบต่อความมั่นคงและสถาบันเบื้องสูง ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาบ้านเมืองได้
ที่ผ่านมาประเด็นเหล่านี้ ล้วนเป็นข้ออ้างที่วุฒิสมาชิกมรดกคสช.ร่วมกันกีดกัน ขัดขวาง ตีตกมาตลอด ระหว่างเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ
เมื่อดันรัฐบาลแห่งชาติไม่สำเร็จ ก็หันเสนอใช้วิธีงดเว้นบทบัญญัติใช้แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมือง
เพื่อเปิดช่องให้นายกฯ คนนอก
ไม่เห็นหัวประชาชนเลยแม้แต่น้อย!!
เภรี กุลาธรรม