ได้ข้อสรุปไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อที่ประชุมรัฐสภาลงมติเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรค เพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ไม่ได้พลิกโผ หรือสร้างความตื่นเต้นอะไร เพราะก่อนหน้านี้เพื่อไทยเองก็แถลงจับมือ 11 พรรค ซึ่งรวมทั้งพรรค 2 ลุง คือรวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ
เท่ากับเป็นการถากถางกวาดอุปสรรคไปได้หมดสิ้น
ดังนั้นที่น่าสนใจที่สุดในวันประชุมรัฐสภา ย่อมไม่ใช่การโหวตของ สส.และ สว.
แต่เป็นคำอภิปรายของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เปิดใจ ถึงสาเหตุการไม่ร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล
ยกตัวอย่าง การเกิดก่อน มีประสบการณ์ ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน ที่เอาหัวชนฝาจนบาดเจ็บ
ชี้ทางออกดีที่สุดคือการดุลอำนาจ ประนีประนอมอำนาจจากทุกฝ่าย
พร้อมแสดงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์
โดยชี้ว่าการกระทำที่ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยจะทำให้เกิดความขัดแย้ง
ย่อมชัดเจนถึงจุดยืนที่แสดงออก!!!
ซึ่งในทางการเมือง ย่อมถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะได้นำเสนออย่างตรงไปตรงมา ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจ
และจะดีกว่านี้หากพูดออกมาให้ชัดตั้งแต่แรก
เพราะในโลกของประชาธิปไตย ย่อมมีความแตกต่าง ตั้งแต่ขวาสุดไปจนถึงซ้ายสุด
หากไม่ผิดกฎหมาย หรือหลักการประชาธิปไตย ย่อมสามารถนำเสนอจุดยืนทางการเมือง หรือนโยบายต่างๆ ให้ประชาชนเลือกได้
แต่ที่ต้องระมัดระวังให้มากก็คือการกล่าวหาใส่ร้ายว่ามีใครล้ำเส้น หรือกระทำสิ่งใดที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ โดยไม่มีหลักฐานใดๆ หรือเป็นการใช้สถาบันมาเป็นเครื่องมือบ่อนทำลาย
รวมทั้งการปฏิวัติรัฐประหารล้มอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง หากพ่ายแพ้ต่อเสียงของประชาชน หรือคิดว่าไม่สามารถยึดกุมอำนาจได้
ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่รับไม่ได้
นอกจากนั้นก็ถือว่าเป็นการต่อสู้กันในแนวทางประชาธิปไตย
ยิ่งเพื่อไทยยืนยันชัดเจนที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่มีเสียง สว.มาคอยถ่วงเจตนารมณ์ของประชาชน
ที่เหลือก็ว่ากันในการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน!!!
รุก กลางกระดาน