เห็นหน้าค่าตากันไปหมดแล้ว สำหรับ 33 คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในรัฐบาลเศรษฐา 1 หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากโผที่สื่อมวลชนนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ทั้งในเรื่องตัวบุคคล และตำแหน่งที่ได้รับ
จะมีที่แตกต่างก็คือไม่มีชื่อของนายพิชิต ชื่นบาน จากโควตาเพื่อไทย และนายไผ่ ลิกค์ จากโควตาพลังประชารัฐ
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องดูต่อไปว่าจะมีการเสนอชื่อครม.เพิ่มให้ครบ 35 คนหรือไม่ โดยถือเป็นอำนาจการบริหารตามโควตาของแต่ละพรรคการเมือง
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ารายชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง หรือหน้าตาที่ไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐบาลเดิมมากสักเท่าใด
และที่ถูกพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ก็หนีไม่พ้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ที่มาจากโควตาภูมิใจไทย
ถึงขั้นท้ากันตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด กันจนลือลั่นมาแล้ว
สุดท้ายเมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ไม่มีปัญหา ก็ต้องให้ความเป็นธรรม และให้โอกาสนายชาดา ได้ทำงานพิสูจน์ตัวเอง
ทั้งนี้กรณีของนายชาดา ไม่ใช่การถูกตั้งคำถามเป็นครั้งแรก เพราะหากจำได้เมื่อตอนตั้งคณะรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2562 ก็มีชื่อนายชาดา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
แต่ครั้งนั้นนายชาดา ต้องถอย และส่งให้นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เข้าดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ แทน
มาครั้งนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ก็ต้องยอมรับ
และเป็นแค่จุดเริ่มต้นของรัฐบาล ที่เชื่อว่าการจับจ้อง ตรวจสอบในเรื่องต่างๆ ย่อมต้องมีต่อไปอย่างเข้มข้น
ไม่ใช่แค่เฉพาะนายชาดา แต่รวมถึงรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีด้วย
การจะแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ ก็คือการตั้งใจ ทำงานแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ส่วนรู้วิธีการแล้วจะทำได้หรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!!!
รุก กลางกระดาน