ถือเป็นรัฐบาลที่กระตือรือร้นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้ชื่อว่าทำงานเช้ามากคนหนึ่ง
ทั้งร่วมประชุมวางแผนการ วันหยุดก็ลงพื้นที่ต่างจังหวัด รับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อนำมาปรับแผนแก้ปัญหา
เรียกได้ว่าเป็นคนละแบบกับนายกฯ คนที่ผ่านมาเหมือนหน้ามือกับหลังมือ
ซึ่งก็ต้องจับตาดูว่าความขยันทุ่มเทที่ทำมาจะสม่ำเสมอ และปรากฏผลลัพธ์ที่ดีมากน้อยเพียงใด คงต้องให้เวลาทำงานสักระยะ
แต่ที่ดูจะกลายเป็นงานหนักของนายเศรษฐา ดูจะไม่ใช่การบริหารบ้านเมือง แต่เป็นเรื่องของการเมืองที่ต้องรับมือ
ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีทั้งจากพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วม ให้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของรัฐบาล และเดินไปในทิศทางเดียวกันให้จงได้
อย่างกรณีการให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางบริหาร ที่ดูจะขัดแย้งกันเองระหว่างนายเศรษฐาเอง และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ในประเด็นเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ที่นายสุริยะระบุว่าไม่ใช่โครงการเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำทันที และจะเห็นผลในอีก 2 ปีข้างหน้า
ขณะที่นายเศรษฐายังคงย้ำว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำทันที และเคยให้สัมภาษณ์สื่อไว้แล้วว่าจะทำได้ภายใน 3 เดือนหลังจากเข้ามาบริหารงาน
จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้กระจ่างว่าจะยึดแนวทางไหนกันแน่ อะไรด่วน อะไรไม่ด่วน
เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ให้คนกรุงได้นั่งรถไฟฟ้าเที่ยว นั่งวนไปวนมา เอาสนุกเท่านั้น
แต่เป็นการลดรายจ่ายของประชาชน ที่เรื่องของพลังงาน และค่าเดินทางกลายเป็นภาระหลักของประชาชน
ในเมื่อยังไม่สามารถเพิ่มรายได้ การลดรายจ่ายจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ซึ่งในการ์ตูนรณรงค์หาเสียงของนายเศรษฐาเอง ก็พูดถึงประเด็นนี้ไว้ชัด
เมื่อนายกฯ เข้าใจความจำเป็น เข้าใจภาพรวมในด้านเศรษฐกิจ การทำให้ครม.ร่วมรัฐบาลเข้าใจด้วยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ไม่เช่นนั้นการหวังผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนก็คงจะยากเกินไป!!!
รุก กลางกระดาน