“เราจะใช้โมเมนตัมทางการเมืองครั้งนี้เป็นกระดุมเม็ดแรกในการหาเสียงครั้งต่อๆ ไป จนกระทั่งถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวประกาศชัยชนะ
หลังผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 ระยอง ซึ่งมีผู้ลงสมัครแข่ง 3 คนจาก 3 พรรคปรากฏ นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ พรรคก้าวไกล เข้าเส้นชัยอันดับ 1 จำนวน 39,296 คะแนน จากผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้น 69,284 คน
ทิ้งห่างอันดับ 2 นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้มา 26,466 คะแนน มากถึง 12,830 คะแนน นายเรืองชัย สมบัติภูธร พรรคแรงงานสร้างชาติ 881 คะแนน
คะแนนนายพงศธรยังมากกว่านายนครชัย ขุนณรงค์ อดีตสส.พรรคเดียวกัน ที่ลาออก ที่ได้ 29,034 คะแนนจากการเลือกตั้งใหญ่ 14 พ.ค. สรุปพรรคก้าวไกลมี สส.ระยอง ครบ 5 เขตเหมือนเดิม
ตอกย้ำถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งของพรรคก้าวไกลในจังหวัดระยอง ด้วยชัยชนะเขต 3 สองสมัยติดต่อนับตั้งแต่เลือกตั้งปี 62
และยืนยันให้เห็น แม้ไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่กระแสความนิยมพรรคก้าวไกลยังมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญช่วยให้ชนะเลือกตั้งซ่อม 10 ก.ย.
นอกจากนี้หากดูจากคะแนนเสียงที่ได้มา 39,296 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้ 29,034 คะแนน ทั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่าเกือบ 30,000 คน
ตีความได้ว่า คะแนนที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากฐานเสียงเดิมพรรคเพื่อไทย ที่อึดอัดผิดหวังการ “ข้ามขั้ว” จับมือพรรครัฐบาลเดิมโดยเฉพาะ 2 พรรคลุง จัดตั้งรัฐบาล จึงระบายออกด้วยการเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรคก้าวไกล
อาจรวมถึงฐานเสียงเดิมพรรคเพื่อไทย ที่ยังเหนียวแน่นไม่ไปไหน เพียงแต่ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครลงแข่ง เมื่อถึงเวลาจึงเลือกที่จะลงคะแนนให้พรรคก้าวไกล
อย่างน้อยก็ดีกว่าลงให้พรรคประชาธิปัตย์ที่มีภาพลักษณ์พรรคคนรุ่นเก่า แบบเก่าจริงๆ ไม่ใช่กลางเก่ากลางใหม่อย่างพรรคเพื่อไทย
ด้วยเหตุทั้งหมดทั้งมวล พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะบ้านใหญ่ปิตุเตชะ จึงชอกช้ำซ้ำรอยเดิม
แม้แต่นายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สองอดีตนายกฯ ของพรรค ก็ไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์เลวร้ายของพรรคให้กระเตื้องขึ้นมาได้
ความน่าสนใจของผลเลือกตั้งซ่อมเขต 3 ระยอง จึงไม่ได้อยู่แค่เป็นกระดุมเม็ดแรกของพรรคก้าวไกล ที่จะไปสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า
ยังอยู่ที่ว่าเป็นกระดุมเม็ดแรกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะสูญพันธุ์ด้วยหรือไม่
มันฯ มือเสือ