เริ่มแล้วนโยบายปราบปรามยาเสพติด ปัญหาใหญ่เรื้อรังรุนแรงของสังคมไทยวันนี้
หลังนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้
โดยให้แนวทางการทำงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จ 12 ข้อ ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามที่ได้ประกาศไว้ต่อสาธารณชนเมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา
สาระสำคัญคือเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังด้วยการยึดเป้าหมายสูงสุด นั่นคือความเดือดร้อนของประชาชน
ปรับและจัดสรรงบประมาณให้กับปฏิบัติการเร่งด่วนนี้ให้ได้มากที่สุด ให้จังหวัดที่เป็นซีอีโอจัดการแก้ไขปัญหาตัวเอง ดำเนินการอย่างจริงจัง วัดผลได้เป็นรูปธรรม
ขยายการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยให้กระทรวงมหาดไทยซึ่งมีเครือข่าย และหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้วเข้าไปดำเนินการ
ที่สำคัญคือการใช้กฎหมายยาเสพติดให้เข้มข้นมากขึ้น ปรับฐานคิดใหม่ ด้วยการยึดผู้เสพเป็นผู้ป่วย พร้อมทั้งต้องเข้าไปช่วยด้านการพัฒนาอาชีพ ไม่ใช่มุ่งจับกุมผู้เสพเป็นหลัก
ส่วนผู้ค้า ผู้จำหน่ายต้องถูกลงโทษ มุ่งทำลายเครือข่าย ยึดทรัพย์สินอย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรยาเสพติด
ปรับการบริการจัดการแนวใหม่ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บัญชาการ หรือ “วอร์รูม” ในระดับต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในส่วนกลางให้สำนักงานป.ป.ส.เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการฐานข้อมูลยาเสพติดแห่งชาติ ระดมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน
สนับสนุนค่าตอบแทนเงินสิบบนรางวัลนำจับคดียาเสพติดให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในส่วนนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา เพื่อเป็นการจูงใจเจ้าหน้าที่
อีกเรื่องน่าสนใจ คือการแก้กฎกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการกำหนดว่าผู้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ด ให้เข้าข่ายเป็นผู้ป่วย ต้องเข้ารับการบำบัด ไม่ใช่ผู้ค้า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยืนยืนเป็นไปตามหลักทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเองก็เห็นพ้องกับแนวทางนี้
เพราะก่อนจะจับกุมแต่ละรายนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะต้องสืบสวนสอบสวนอยู่แล้วว่ามีพฤติกาณ์เข้าข่ายหรือไม่ เช่น ถ้าครอบครองไม่เกิน 10 เม็ด แต่ถ้ามีพฤติการณ์เป็นผู้จำหน่ายก็ถือว่าไม่ใช่ผู้ป่วย
นับเป็นอีกความก้าวหน้าต่อนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่สังคมเห็นพ้องต้องกันนับวันยิ่งรุนแรง
ข้าวตอกแตก