เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ผู้ก่อเหตุกระทำการอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย กรณีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอาชีวะถูกไล่ยิงไล่ฆ่า

ล่าสุดเช้าวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา หนุ่มอายุเพียง 15-16 ปี นักเรียนอาชีวะย่านเขตดุสิต กรุงเทพฯ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต

เหตุเกิดขณะซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์เพื่อนจะไปเรียนหนังสือ ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นราว 3 คน ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 คันติดตามมา

เมื่อสบโอกาสจึงลงมาใช้มีดไล่ฟัน เกิดการชุลมุนกันขึ้น กลุ่มที่ไล่ติดตามมาก่อเหตุใช้ปืนจ่อยิงเสียชีวิต

ความสูญเสียในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแค่การเดินทางไปเรียนหนังสือ แต่สุดท้ายต้องเอาชีวิตมาทิ้ง

ก่อนหน้านี้ นักศึกษาหนุ่มอายุ 19 ปี ที่ถูกกลุ่มคู่อริต่างสถาบันการศึกษายิงบาดเจ็บสาหัส นอนโคม่าอยู่ไอซียูเกือบ 10 วัน สุดท้ายสิ้นใจสลด

กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เดียวกับครูสาวโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านคลองเตย กทม. ถูกกระสุนปืนเสียชีวิตขณะเดินไปกดเอทีเอ็ม จากการไล่ยิงกันของกลุ่มอาชีวะ

ขณะนี้ตำรวจยังติดตามจับกุมกลุ่มก่อเหตุไม่ได้ คาดว่าหลบหนีออกไปกบดานนอกพื้นที่

แต่จากแผนประทุษกรรมของเจ้าหน้าที่พบวางแผนมาอย่างดี อย่างป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่นำมาก่อเหตุก็ลักขโมยมา ทำให้ยากต่อการหาเบาะแสจับกุม

อีกทั้งปัจจุบันการก่อเหตุพัฒนารุนแรงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เจอกันบนรถเมล์ หรือตามป้ายรถเมล์แล้วมองหน้าเขม่นตีกัน

แต่เป็นการวางแผนตระเตรียมอาวุธ จัดหารถสำหรับติดตามไล่ล่า

ที่น่าตกใจคือลงมือก่อเหตุในลักษณะคล้ายกับพฤติกรรมมือปืน

นับวันยิ่งเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หากผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายไม่เร่งแก้ปัญหาตัดวงจรก่อเหตุ

เรื่องนี้ลำพังตำรวจหน่วยงานเดียวไม่สามารถแก้ถึงต้นตอรากเหง้าปัญหาได้ ทำได้เพียงการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเพียงปลายปัญหา

ที่ผ่านมามีความพยายามในหลายรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เช่น การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ปลอดอาวุธ มีกิจกรรมที่เหมาะสม สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปรับปรุงหลักสูตรวิชา เป็นต้น

แม้กระทั่งบางยุคถึงขั้นนำไปฝึกอบรมวินัยกันในค่ายทหาร ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง สุดท้ายก็เลิก หรือลืมๆ กันไป

ดังนั้นถ้าระดับรัฐบาลหันมาใส่ใจ ระดมหลายหน่วยงาน หน่วยกระทรวงเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่างน้อยๆ ช่วยทุเลาบรรเทาได้

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน