ต้นปีหน้า ไทยจะมีมิติใหม่ๆ กับเพื่อนบ้านอาเซียน
นายกเศรษฐา เดินหน้ากระชับสัมพันธ์เวียดนาม ประเทศที่ว่ากันตรงๆ ก็คือเป็นทั้งเพื่อนทั้งคู่แข่ง ไม่ว่าค้าข้าว ขายท่องเที่ยว ดึงดูดนักลงทุนยักษ์ใหญ่ กำลังบดเบียดกับไทยอย่างสนุก
นายกเศรษฐารื้อฟื้นการประชุมร่วม ครม. 2 ประเทศ ไทย-เวียดนาม ซึ่งประธานาธิบดี หวอ วัน เถือง เห็นดีด้วยเสนอให้จัดช่วงพ.ค.2567
ประชุมครม.ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เกิดขึ้นครั้งแรกสมัยรัฐบาลทักษิณ ธ.ค.2545 ครม.ไทย-มาเลเซียที่สงขลาและรัฐเคดาห์
ครั้งที่สอง พ.ค.2546 ครม.ทักษิณประชุมร่วมครม.กัมพูชาที่เสียมราฐ ครั้งที่สาม ก.พ.2547 ไทย-เวียดนามที่ดานัง ครั้งที่สี่ มี.ค.2547 ไทย-ลาวที่จำปาสัก
สร้างมิติใหม่ด้านการต่างประเทศของไทยโดดเด่นสุดๆ ถ้าทักษิณไม่ถูกยึดอำนาจ ครั้งที่ห้า หก เจ็ด … คงมีตามมาจนครบทุกชาติอาเซียน ?!
การรื้อฟื้นประชุมร่วมครม.ประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากห่างหาย 20 ปี เหมือนส่งสัญญาณกลับมาทวงคืนเบอร์หนึ่งอาเซียน
ไทยแลนด์คือประเทศริเริ่มก่อตั้งเมื่อ 55 ปีที่แล้ว
จากประชุมร่วมครม.ไทย-เวียดนาม อีกงานสำคัญคือ การมาเยือนไทยของ ฮุนมาเนต นายกฯ หนุ่มกัมพูชา ทายาท ฮุนเซน ผู้เพิ่งลงบัลลังก์หลังครองอำนาจยาวนาน 38 ปี
ฮุนมาเนต ดีกรีนายร้อยเวสต์ปอยต์ บุคลิกภาพคนรุ่นใหม่ สนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับนายกเศรษฐา เมื่อมาเยือนถึงบ้านย่อมมี “วาระเพื่อชาติ” หลายเรื่อง
แน่ๆ เลย “พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล” 26,000 ตารางกิโลเมตร บริเวณอ่าวไทย อุดมสมบูรณ์ด้วยก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาล คาดการณ์ว่ามีมากกว่าจำนวนก๊าซอ่าวไทยที่ขุดขึ้นมาใช้แล้วรวมกันตลอด 30 ปีเลยทีเดียว
หรือคิดเป็นเงินก็สิบล้านล้านบาท??
ไทย-กัมพูชาเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนนี้มาแล้วหลายรัฐบาลหลายสิบปี ยังไม่สามารถนำก๊าซที่จมใต้ทะเลขึ้นมาใช้ประโยชน์สร้างมูลค่าระดับพลิกฟื้นประเทศครั้งใหญ่ได้เลย
หวังว่าการพบกันที่กรุงเทพฯ ของ เศรษฐา-ฮุนมาเนต จะประสบความสำเร็จ
นำสินในน้ำใต้ทะเลอ่าวไทยขึ้นมาทำประโยชน์ร่วมกัน
เพื่อนบ้านเดินไปด้วยกัน พัฒนาไปด้วยกัน
หมดสมัยคลั่งคับแคบ อยู่แบบลดคุณค่าประเทศไปวันๆ ??!
นายเจ็ดอักษร