มุมมองหลากหลายต่อบทบาทผู้นำฝ่ายค้านของนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่วนมากเป็นไปในทางบวก มากกว่าลบ เชื่อว่าปีหน้าศักราชใหม่ รัฐบาลจะถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลอย่างเข้มข้น
ประเด็นท้าทายผู้นำฝ่ายค้านป้ายแดง งานแรกคือ การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 67 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ที่จะเข้าสภา วาระแรก 3-5 ม.ค.67
แม้เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด แต่เชื่อว่าทั้งนายชัยธวัช และสมาชิกก้าวไกล เตรียมความพร้อมทำการบ้านแล้วพอสมควร ความเข้มข้นในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ ครั้งนี้ จึงอยู่กับก้าวไกลมากกว่าประชาธิปัตย์ ที่เป็นฝ่ายค้านร่วมกัน
ก่อนคาดการณ์ไปไกลถึงประเด็นยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ศึกอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณฯ รอบนี้ จะเป็นบททดสอบแรกในการวัดขีดความสามารถของนายชัยธวัช ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และสส.ก้าวไกล ว่ายังรักษาระดับคุณภาพไว้ได้เหมือนเดิมหรือไม่
ในยุครัฐบาลประยุทธ์ ปี 62-66 พรรคก้าวไกลโดดเด่นอย่างมากในบทบาทพรรคร่วมฝ่ายค้าน บางคนมองว่าโดดเด่นเหนือกว่าพรรคเพื่อไทยแกนนำฝ่ายค้านขณะนั้นด้วยซ้ำไป
การอภิปรายในสภาแต่ละครั้งแต่ละประเด็น ผ่านการทำการบ้านมาอย่างดี เสาะหาข้อมูลรายละเอียดนำมาจัดวางอย่างเป็นระบบ ทำให้เนื้อหากระชับได้ใจความ ไม่เยิ่นเย้อ ฟังเข้าใจง่าย
เพียงแต่การอภิปรายงบฯ ครั้งนี้ ส่วนสำคัญที่ไม่เหมือนกันก็คือมีการเปลี่ยนคู่ชก จากเดิมรัฐบาลประยุทธ์ ที่จัดทำงบแต่ละปีแบบไม่มียุทธศาสตร์ เปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลเศรษฐา ที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
อีกอย่างคือ ท่าทีแสดงออกของประชาธิปัตย์หลังได้หัวหน้าและทีมบริหารพรรคชุดใหม่ บางอย่างบ่งชี้ว่า จากนี้ก้าวไกลอาจต้องทำศึกในสภา ควบคุมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล อย่างโดดเดี่ยว
มีพรรคร่วมฝ่ายค้านเหมือนไม่มี แต่ก็เป็นสถานการณ์ที่ก้าวไกลพอเดาได้อยู่แล้ว ว่าเป้าหมายประชาธิปัตย์อยู่ตรงไหน
และที่น่าหนักใจที่สุดสำหรับก้าวไกลคือ คดีต่างๆ ที่เป็นชนักติดหลัง ไม่ว่าคดีหุ้นไอทีวีของพิธา คดีเกี่ยวโยงกับกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เสี่ยงถึงขั้นโดนยุบพรรคซ้ำรอยอนาคตใหม่
ปีใหม่ 2567 จึงเป็นปีที่ก้าวไกลมีเรื่องให้ต้องหนักใจไม่น้อย
มันฯ มือเสือ