มีความเคลื่อนไหวจากบางกลุ่มพยายามขยายเรื่องให้กลายเป็นประเด็นใหญ่โต

กรณีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นักโทษทางการเมือง ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างพักรักษาตัวเจ็บป่วย และด้วยความชราภาพ

ล่าสุดนายกฯ เศรษฐา ให้สัมภาษณ์ชี้แจงย้ำอีกครั้ง ขอให้เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์กับโรงพยาบาลตำรวจ มั่นใจว่าไม่ได้ออกกฎระเบียบเพื่อดูแลคนคนเดียว ต้องคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก เชื่อว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะยึดถึงผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ส่วนความพยายามเชื่อมโยงกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ให้เป็นเรื่องทางการเมือง เพื่อส่งผลกดดันต่อรัฐบาลนั้น นายกฯ เศรษฐาระบุทุกเรื่องคงเป็นประเด็นทางการเมืองทั้งหมดหากจะโยงกันจริงๆ

แต่เรายึดมั่นในกฎระเบียบ ที่ไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง ถ้าเป็นไปตามกฎแล้วทุกคนมีสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวโทษ หรือผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ

“ท่านเป็นนายกฯ มา 2 สมัย เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ท่านก็ได้รับการดูแล แต่เชื่อทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกาที่วางกันไว้” คือเหตุผลและมุมมองนายกฯ เศรษฐา

ก่อนหน้านี้ มีกลุ่มคน บางพรรค บางเครือข่าย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่พอใจอดีตนายกฯ ทักษิณ มาตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2549 ต่อเนื่องรัฐประหาร 2557

ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์กรอิสระ เพื่อให้ตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการ โดยตั้งข้อสังเกตว่าช่วยเหลือปกป้อง มีอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขัง หรือนักโทษคนอื่นๆ หรือไม่

ขณะเดียวกัน กรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีมติจะเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่านายทักษิณยังรักษาตัวอยู่ชั้น 14 หรือไม่

คงต้องติดตามกันต่อไปในวันที่ 12 ม.ค.ปีหน้า ตามที่กรรมาธิการตำรวจนัดหมายไว้

จะสังเกตเห็นว่ากลุ่มเอาเป็นเอาตายเรื่องทักษิณ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นโจทก์คู่ขัดแย้งเก่า หรือบางกลุ่ม บางพวกที่ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะอกหักผิดหวังต่อเป้าประสงค์ทางการเมือง

แต่สำหรับกลุ่มพลังคนรุ่นใหม่ อาจจะมองเฉยๆ กรณีทักษิณ อีกทั้งบางคนยังมองด้วยซ้ำว่า ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ ถูกกระทำจากรัฐประหาร เครือข่ายอำนาจเก่า

ในเมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เอาด้วยกับการปลุกเรื่องทักษิณ ก็ยากที่จะขยายให้กลายเป็นประเด็นใหญ่โต

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน