คืบหน้าการยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้รัฐบาลแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153
จากที่ต้องใช้เสียง สว.จำนวน 1 ใน 3 หรือ 84 คนเข้าชื่อเสนอญัตติ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เผยว่า ขณะนี้มี สว.ร่วมลงชื่อในญัตติแล้วกว่า 90 คน เกินเกณฑ์ที่กำหนด
โดยจะยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาวันที่ 19 หรือไม่ก็ 22 ม.ค.นี้
สำหรับข้อสอบ 7 ประเด็นอภิปราย ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและ การบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาการศึกษาและสังคม ปัญหาการต่างประเทศและท่องเที่ยว ปัญหาความชัดเจนในการแก้รัฐธรรมนูญ และปัญหาการปฏิรูปประเทศ
ใน 7 หัวข้อครอบคลุมถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และกรณีคนชั้น 14 ร.พ.ตำรวจ
อย่างไรก็ตาม ในการยื่นญัตติครั้งนี้ ภายใน สว.เองก็ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพมากนักในการด่วนเปิดเกมซักฟอกรัฐบาลที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียงแค่ 4 เดือน
อีกทั้งตลอด 5 ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” สว.ชุดนี้ไม่เคยยื่นญัตติ ตรวจสอบการทำงานแม้แต่ครั้งเดียว
และที่พูดกันมากก็คือในสว.ทั้งหมด 250 คน มี 152 คน ที่โหวตหนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุมร่วมรัฐสภา 22 ส.ค.2566 ซึ่งเป็นสัดส่วนใกล้เคียงจำนวน สว.ที่ “ไม่ร่วม” ลงชื่อในญัตติขอเปิดอภิปรายรัฐบาล
ถามว่ารัฐบาลต้องกังวลกับเกมของ สว.หรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่จำเป็นต้องกังวล
ตามที่วิเคราะห์อ่านเกมกันก็คือ สว.ชุดนี้กำลังจะครบวาระ 5 ปีเดือนพ.ค.2567 ภายใต้เงื่อนไขรัฐธรรมนูญกำหนดเว้นวรรค 2 ปี หลังพ้นตำแหน่งไม่สามารถมีตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมือง หรือในองค์กรอิสระได้
สว.ส่วนหนึ่งมีอาชีพอื่นสำรองอยู่แล้ว แต่ที่น่าเห็นใจคือบรรดา สว. “ตัวตึง” ที่รากงอกติดกับการเมืองมานานนับสิบปี
ครั้งนี้จึงหวังโชว์ผลงานทิ้งทวน สร้างชื่อครั้งสุดท้ายก่อนกลับบ้านไปพักผ่อนชั่วคราว
รอพ้นเว้นวรรค 2 ปี ถือว่าไม่นาน ค่อยหาทางกลับมามีบทบาทอีกรอบ
มันฯ มือเสือ