นอกจากเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทแล้ว โครงการแลนด์บริดจ์เป็นอีกนโยบายที่รัฐบาลเศรษฐาหมายมั่นปั้นมืออย่างมาก ที่จะผลักดันให้ลุล่วง
ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม หรือสภาเศรษฐกิจโลก ที่สวิตเซอร์แลนด์ นายกฯ เศรษฐา นำเสนอเรื่องแลนด์บริดจ์นี้ต่อที่ประชุม
พร้อมเชิญชวนประเทศต่างๆ นักลงทุนระดับโลกเข้ามาลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ของไทย
โดยเฉพาะด้านการเดินเรือ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการท่าเรือ การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และภาคอุตสาหกรรม
ล่าสุดการประชุมครม.สัญจรที่จ.ระนอง เมื่อวันที่ 22-23 ม.ค.ที่ผ่านมา โครงการแลนด์บริดจ์เป็นไฮไลต์สำคัญในการประชุม
แลนด์บริดจ์ หรือสะพานเศรษฐกิจเชื่อมสองฝั่งทะเล คือฝั่งอันดามัน จ.ระนอง กับฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร
เป็นโครงการขนาดใหญ่ ประกอบด้วยทางหลวงพิเศษ 6 ช่องจราจร รถไฟทางคู่เชื่อม 2 จังหวัด ที่สำคัญคือการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก เพื่อรองรับเรือขนส่งทางทะเลขนาดใหญ่ และตู้คอนเทนเนอร์สินค้าจำนวนมาก
โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมขนส่งทางทะเล เพราะลดเวลาการเดินทางหากต้องผ่านช่องแคบมะละกา มาเลเซีย และสิงคโปร์
นอกจากผลประโยชน์ด้านขนส่งแล้ว ยังก่อให้เกิดการสร้างงานในพื้นที่ อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศ
ด้วยโครงการใหญ่ ผลประโยชน์ตอบแทนสูง แต่ก็สุ่มเสี่ยงสร้างผลกระทบในหลายๆ ด้านตามมาด้วยเช่นกัน
โดยในระหว่างที่คณะนายกฯ ไปตรวจพื้นที่ก่อสร้าง มีกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านไม่ต้องการให้ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในแหล่งทำประมงพื้นบ้าน
เพราะจะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน รวมไปถึงประชาชนที่อยู่ในแนวเส้นทางโครงการก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย เนื่องจากอาจจะต้องถูกเวนคืนที่ดิน
ดังนั้น การรับฟังความคิดเห็นคนในพื้นที่ การประเมินผลกระทบต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต การดำรงชีพ ตลอดจนการเยียวยาชดเชยอย่างเป็นธรรมนั้น
รัฐบาลต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องเหล่านี้ด้วย
ข้าวตอกแตก