เมื่อวันพุธ 20 มี.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ “ตีตกคำร้อง” ของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
ที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัย ว่าการกระทำของพรรคเพื่อไทยตามคำแถลงการณ์ของ นายชัยเกษ นิติสิริ เมื่อ 31 ต.ค. 2564 เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งมีตราพรรคผู้ถูกร้องอยู่ด้วย
เป็นการสนับสนุนการกระทำที่อาจนำไปสู่การยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ในลักษณะที่ไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ และเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ
โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ปรากฏว่า นายชัยเกษม ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ถูกร้อง
และไม่ปรากฏข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องมีความมุ่งหมายหรือการกระทำใดๆ ที่น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2567 หลังจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีหนังสือลงวันที่ 21 มี.ค.2567 เรื่อง การแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งให้ทราบว่า
มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.2567
ดังนั้น เพื่อให้การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันพุธที่ 20 มี.ค.2567 ถูกต้องตามประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญจึงเพิกถอนกระบวนพิจารณาวันพุธที่ 20 มี.ค. และดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ โดยองค์คณะตุลาการเท่าที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 206
ผลปรากฏว่า แม้ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ แต่ยังคงยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเดิมในการพิจารณา
ที่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงพยานหลักฐานแสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ถูกร้องมีความมุ่งหมายหรือการกระทำใดๆ ที่น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เช่นเดียวกับเมื่อวันพุธที่ 20 มี.ค. มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
มติเอกฉันท์ทั้ง 2 ครั้งนำมาซึ่งข้อสรุป พรรคเพื่อไทยรอดพ้นถูก “ยุบพรรค” จากคดี 112 แล้วโดยเด็ดขาด
มันฯ มือเสือ