ประชาชนจำนวนมากเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ พื้นที่ปริมณฑล ออกต่างจังหวัดกันแล้ว ในช่วงเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้
มีทั้งกลับภูมิลำเนาพบหน้าครอบครัวตามประเพณีนิยม รวมถึงทำบุญ ท่องเที่ยวเฉลิมฉลอง เล่นสาดน้ำตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
กระทรวงคมนาคมคาดว่าตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. รวม 7 วัน จะมีประชาชนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดมากถึง 2.05 ล้านคน
ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารบขส. รถไฟ เครื่องบิน รวมแล้วเพิ่มจากสงกรานต์ปีก่อนเกือบ 24 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเที่ยวบินคาดจะเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์
คาดการณ์ภาพรวมสงกรานต์ปีนี้น่าจะคึกคักกว่าปีก่อน และน่าจะในรอบหลายปีด้วย
ประกอบกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
รัฐบาลตลอดจนภาคเอกชนหลายแห่งถือโอกาสนี้จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่
โดยเริ่มที่ส่วนกลางกรุงเทพฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนดจัดงานมหาสงกรานต์ เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567
เริ่มวันที่ 11-15 เม.ย. บริเวณถนนราชดำเนินกลาง และพื้นที่ท้องสนามหลวง
มีขบวนพาเหรดเทพีสงกรานต์ ขบวนพาเหรดจากจังหวัดต่างๆ พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม นำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันยังกระจายจัดไปตามจังหวัดใหญ่ๆ ให้ครอบคลุมไปตลอดทั้งเดือนเม.ย.นี้
นอกจากการเฉลิมฉลองมรดกโลกแล้ว ยังส่งผลต่อรายได้การท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มั่นใจจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศมาร่วมจำนวนมาก เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงสงกรานต์ประมาณ 15 ล้านคน ทำให้เกิดรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท
ในอีกด้านหนึ่งนอกจากความคึกคัก ความสนุกรื่นเริงบันเทิง เกิดรายได้สะพัดแล้ว การรณรงค์ป้องกันเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ต้องเข้มข้นด้วยเช่นกัน
ดังที่ทราบกันดีช่วงหยุดยาวสงกรานต์ หรือปีใหม่ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกันมากมาย
รัฐบาลจะต้องเข้มข้นเรื่องนี้ด้วย ขณะที่ประชาชนเองก็ต้องไม่ประมาท และมีสติ
เป็นเรื่องดีที่จะมีผู้คนท่องเที่ยวมากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น แต่จำนวนอุบัติเหตุตาย-เจ็บต้องไม่ควรเพิ่มขึ้น
ข้าวตอกแตก