ท่ามกลางความพยายามหยิบยกเรื่องกัญชา และการลาออกของ รมช.คลัง มาขยายรอยร้าวระหว่างนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล กับพรรคร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ
หากฟังจากบรรดานักวิเคราะห์ผ่านสื่อ เหมือนทั้ง 2 กรณีจะทำให้ 2 พรรคร่วมจำเป็นต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ตอบโต้การหักหน้า ไม่ให้เกียรติ จนรัฐบาลไม่สามารถไปต่อได้
นักวิชาการบางคนเป็นคุ้งเป็นแคว วิเคราะห์ไปถึงขั้นนายกฯ อาจประกาศยุบสภา เพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้น บางคนไปไกลกว่านั้น ปล่อยข่าวอ้างสัญญาณเตือน ทหารเตรียมออกมาแอ่นแอนแอ๊น อีกรอบ
แต่ทั้งหมดดูเหมือนสวนทางกับภาพความจริงที่ว่า หลังปรับครม.เป็น “เศรษฐา 1/1” บรรยากาศทำงานรัฐบาลผสม 11 พรรค มีความ “ลงตัว” มากกว่าเดิม
ในตอนแรกแม้จะมีปัญหาที่ “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” แต่เมื่อได้ “ทูตปู” มาริษ เสงี่ยมพงษ์ มาเสียบแทนตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ ทุกอย่างก็เรียบร้อยรัฐบาลเศรษฐา
ล่าสุดกรณีลาออกของนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ก็เป็นความความขัดแย้งที่จำกัดขอบเขตอยู่แต่ภายในกระทรวงการคลัง การลาออกจากพรรค รทสช. ก็ยิ่งเป็นเรื่องภายในพรรคใครพรรคมัน ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล
ตรงกันข้าม การลดลงของ รมช.คลัง โควตาพรรคร่วม หมายถึงยังมี 1 รมว. กับ 2 รมช. ที่จะเป็นของพรรคแกนนำรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ผลคือ ง่ายต่อการประสานเดินหน้านโยบายสำคัญ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และอื่นๆ
ส่วนกัญชา ที่นายกฯ สั่งการไปยัง รมว.สาธารณสุข ให้นำกลับเข้าบัญชียาเสพติด ประเภท 5 ที่หลายคนเกรงจะเป็นชนวนแตกหักกับพรรคภูมิใจไทยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เจ้าของนโยบาย “กัญชาเสรี” ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่ถึงเวลาจริงกลับเห็นถึงความเป็นนักการเมืองอาชีพที่รู้จัก “รุก” รู้จัก “ถอย”
อนุทินยืนยัน พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหาความขัดแย้ง การมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่ทุกฝ่ายทำเพื่อประชาชน
นายกฯ เศรษฐาจึงโพสต์ตอบกลับ “รัฐบาลเราเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอบคุณท่านรองนายกฯ อนุทิน ที่ช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกันมาโดยตลอด”
เมื่อรัฐบาลยึดถือประชาชนเป็นที่ตั้ง ทุกอย่างย่อมราบรื่น
มันฯ มือเสือ