ครบรอบ 10 ปีรัฐประหาร 22 พฤษภา 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า อาศัยเหตุความวุ่นวายในการชุมนุมกลุ่ม กปปส. เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ก่อนสภานิติบัญญัติ แห่งชาติที่ตั้งโดย คสช. จะมีมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯ
มีบันทึกไว้ว่า ผลของรัฐประหารทำให้สิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง ถูกระงับ กองทัพมีอำนาจในการเมืองไทยมากขึ้น
รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งกำเนิดขึ้นถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ว่าเป็นการสืบทอดต่อท่ออำนาจ คสช. ประชาธิปไตยถูกควบคุมกำกับไว้ในบทบัญญัติต่างๆ เช่น
การให้อำนาจ สว.จากการแต่งตั้งของ คสช. มีส่วนร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การรับรองประกาศคำสั่งและอำนาจ ของ คสช.หรือหัวหน้า คสช. เป็นต้น
โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่เป็นส่วนสำคัญให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหลังเลือกตั้งปี 2562
แม้ คสช.จะสิ้นสุดบทบาทลง แต่ทายาท และมรดกบาปที่ทิ้งไว้ยังส่งผลต่อการเมืองไทยถึงปัจจุบัน
การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อตัดวงจรสืบทอด อำนาจคสช. อันเป็นผลพวงจากรัฐประหารเมื่อ 10 ปีก่อน ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเลือกตั้งในปี 2566 แล้วก็ตาม
เดือนก.ย.2566 รัฐบาลใต้การนำของ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนคือ แก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้คนไทยมีรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
โดยยึดรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์
รัฐบาลจะหารือแนวทางในการทำประชามติที่ให้ความสำคัญกับการทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมออกแบบกฎ กติกาที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัยและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
รวมถึงการหารือแนวทางจัดทำรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ในการให้สัมภาษณ์อีกหลายครั้ง หลังจากนั้น แกนนำรัฐบาลยืนยันการแก้ไข เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระบวน การทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 4 ปี
สุดท้ายจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ สังคมเฝ้ารอดูอยู่
มันฯ มือเสือ