เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนา
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เชิญภัตตาหารพระราชทาน ถวายแด่พระภิกษุและสามเณร ที่เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรม 6 ประโยค และเปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปี 2567 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการถวายปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร พัดยศ และผ้าไตรพระราชทาน แด่พระภิกษุและสามเณร ที่เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค
รวมทั้งสิ้นจำนวน 386 รูป ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
พิธีตั้งเปรียญธรรม เป็นราชประเพณีที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ไปในการตั้งเปรียญธรรม ถวายพระภิกษุสามเณรที่มีความรู้ความสามารถ
สอบไล่ได้ตามหลักสูตรการสอบบาลีสนามหลวงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยคจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค
สำหรับสามเณรที่สำเร็จเปรียญธรรม 9 ประโยค จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้การอุปสมบทในฐานะนาคหลวงด้วย
นับตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นต้นมา
แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ปรากฏว่าพระภิกษุสามเณรสอบได้เป็นจำนวนมาก
ประกอบกับทรงมีพระราชกรณียกิจมากขึ้น จึงถวายการพิธีทรงตั้งเปรียญ 3 ประโยค แด่สมเด็จพระสังฆราชให้ทรงดำเนินการแทนพระองค์
ยกเว้นผู้สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค และเปรียญธรรม 9 ประโยค ที่ทรงกำหนดพระราชพิธีทรงตั้งเปรียญ และเสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร พัดยศ และผ้าไตรพระราชทาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดรถหลวงนำพระสงฆ์และสามเณรที่สอบได้เปรียญ 9 ประโยคไปส่งถึงพระอาราม ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน
เป็นพระราชกรณียกิจในฐานะที่ทรงเป็นพุทธมามกะและเอกอัครศาสนูปถัมภก ที่คณะสงฆ์และชาวพุทธต่างปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
เภรี กุลาธรรม