คอการเมือง สภากาแฟ และโซเชี่ยลมีความเห็นไปต่างๆ นานา
หลังสถาบันพระปกเกล้า เปิดผลสำรวจความนิยมพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรี:1 ปีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม
บ้างก็ว่าเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก้าวไกลได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง มีสส.ทั้งสองระบบรวม 151 ที่นั่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
มีการทำเอ็มโอยูบันทึกความเข้าใจกับพรรคเพื่อไทยที่ได้ 141 ที่นั่ง พร้อมพรรคเล็กอีกจำนวนหนึ่ง
แต่ก็ยังไม่เพียงพอและต้องพึ่งเสียงจากวุฒิสภา แต่ก็โหวตไม่ผ่าน
สุดท้ายก็เป็นฝ่ายค้าน ด้วยความไม่พอใจต่อพรรคอันดับ 2
โพลล่าสุด สอบถามกลุ่มตัวอย่างในทุกจังหวัดว่าถ้าเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะเลือกผู้สมัครพรรคการเมืองใดในสส.แบบแบ่งเขต
ผู้ตอบร้อยละ 35.7 ระบุลงคะแนนเลือกผู้สมัครพรรคก้าวไกล รองลงมาพรรคเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 18.1 ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 11.2 และผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 9.2
สอบถามต่อว่าสส.แบบบัญชีรายชื่อจะลงคะแนนให้พรรคใด ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 44.9 ระบุลงให้ก้าวไกล รองลงมาเพื่อไทย คิดเป็นร้อยละ 20.2 รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 10.9 และภูมิใจไทย ร้อยละ 3.5
เมื่อนำตัวเลขประมาณการที่นั่งที่แต่ละพรรคมีโอกาสได้รับเลือกตั้งทั้งสองระบบมารวมกัน พบว่าก้าวไกลมีโอกาสได้ที่นั่งมากที่สุด รวม 208 ที่นั่ง รองลงมาเพื่อไทย 105 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 61 ที่นั่ง รวมไทยสร้างชาติ 34 ที่นั่ง พลังประชารัฐ 30 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง ชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง และประชาชาติ 9 ที่นั่ง
ที่เหลือจะกระจายไปยังพรรคอื่นรวม 21 ที่นั่ง
เมื่อถามว่าถ้าเลือกได้อยากให้ใครเป็นนายกฯ ช่วงนี้มากที่สุด ส่วนใหญ่ระบุนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 46.9 รองลงมาระบุพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 17.7 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 10.5 และนายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 8.7
ผลสำรวจดังกล่าว เป็นความเห็นหลังการเลือกตั้งครบ 1 ปี แต่อีก 3 ปีที่เหลืออะไรก็เกิดขึ้นได้
แต่หัวหน้าพรรคก้าวไกลชิงประกาศลั่นว่าจะไม่จับมือเพื่อไทยจัดรัฐบาลแน่นอน
เมื่อไม่ได้เสียงชนะเด็ดขาด ก็ต้องแสวงหาพันธมิตรมาร่วม
ต้องจับตารอดูหลังเลือกตั้งจริง!!
เภรี กุลาธรรม