ปรากฏการณ์ทางการเมืองเดือนนี้ มีหลายเรื่องที่บรรจบพบกันพอดี
ทั้งคดีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่ถูกกลุ่ม 40 สว.ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ
คดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งอัยการสั่งฟ้อง จะต้องเดินทางไปศาลอาญา รวมทั้งคดีคำร้องยุบพรรคก้าวไกลด้วย
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังนัดชี้ขาด 4 มาตราของพ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ได้แก่ มาตรา 36 ,40 ,41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่
ซึ่งอาจมีผลต่อกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้
โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 09.30 น.
ส่วนกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
พร้อมเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคภายในกำหนด 10 ปีนั้น
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีคำสั่งให้กกต.ยื่นบัญชีระบุพยาน หลักฐานต่อศาลภายในวันที่ 17 มิ.ย. กำหนดนัดพิจารณาต่อในวันที่ 18 มิ.ย.เช่นกัน
สุดท้าย กรณีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 40 คนยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้ว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
โดยคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายในวันที่ 17 มิ.ย.
กำหนดนัดพิจารณาต่อในวันที่ 18 มิ.ย.นี้เช่นกัน
เป็น 4 คดีสำคัญของเดือนที่น่าจับตาว่าจะเป็นเช่นไร
โดยเฉพาะคดีที่ศาลนัดชี้ในวันที่ 18 มิ.ย. เพราะมีผลต่อกระบวนการเลือกสว.โดยตรง!!
เภรี กุลาธรรม