สรุปว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ อย่างที่อดีตสส.ความน่าเชื่อถือต่ำบางคนอยากให้มี

อ้างแหล่งข่าวกล่าวหา “ทักษิณ” ใช้วิธีป่วยไปนอนโรงพยาบาลเมื่อคืนวันที่ 15 มิ.ย. เพื่อใช้เป็นข้ออ้างเบี้ยวนัดอัยการวันที่ 18 มิ.ย.

ปั่นข่าวจนหลายคนเชื่อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีข่าวปล่อย ทักษิณบินหนีไปต่างประเทศ แล้วปรากฏว่าเป็นข่าวเท็จทั้งดุ้น

ระหว่างนั้น ทักษิณยังไปโผล่งานบวชลูกชายนายกเล็กธัญบุรี และยังไปโชว์ตัวงานวันเกิดนายกเล็กเมืองนนท์

เช่นเดียวกับวันที่ปล่อยข่าวทักษิณเข้าโรงพยาบาล มีสมาชิกเพื่อไทยได้โพสต์ภาพชัดๆ ว่า ทักษิณไม่ได้อยู่ โรงพยาบาล แต่อยู่ร้านห่านพะโล้ต่างหาก

พีกสุดเช้า 18 มิ.ย. ทักษิณตัวเป็นๆ เดินทางไปตามนัดอัยการ เข้าสู่ขั้นตอนการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลในคดี 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ซึ่งศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า

จำเลยให้การปฏิเสธมาตลอด อายุมากได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นสอบสวน มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอนอยู่กับครอบครัว โจทก์ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว

มีเหตุสมควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราว จำเลยจะไม่หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือขัดขวางการพิจารณาของศาล

จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา ตีราคาประกัน 500,000 บาท กับให้วางหนังสือเดินทาง ยึดหนังสือเดินทางและหลักประกัน ห้ามเดินทางออกนอก ราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ข่าวจบ แต่คนไม่จบ สังคมตั้งคำถามแล้วคนปล่อยข่าวทักษิณเตรียมเบี้ยวนัดอัยการ ไม่มาศาลเพราะกลัวไม่ได้ประกัน ต้องนอนคุก จะรับผิดชอบกับการทำให้สังคมวุ่นวายเข้าใจผิดนี้อย่างไร

ไม่นับเรื่องที่อดีตสส.คนเดียวกันปูดเรื่อง “ถุงขนมภาค 2” กล่าวหาการติดสินบนบุคคลระดับสูงในกระบวนการ ยุติธรรม 2,000 ล้านบาท ผ่านบริษัทกาสิโนในฮ่องกง

ที่ล่าสุดศาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับฟังข้อมูลนี้แล้ว ต้องรอดูผลลัพธ์ เป็นอย่างไร

เรื่องนี้เกี่ยวพันเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี ความน่าเชื่อถือสูงสุดของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ จำเป็นต้องสะสางให้สังคมได้รับรู้

ถ้าไม่จริง คนปูดข่าวต้องโดนลงโทษทั้งทางกฎหมาย และทางสังคมด้วยเช่นกัน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน