ช่วงนี้ชาติตะวันตกชั้นนำทางประชาธิปไตยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ่ายโอนอำนาจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้ง
เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยสากลปกติ ซึ่งจะแตกต่างกันอยู่บ้างก็ในรูปแบบของรัฐ
แต่โดยรวมแล้วก็คือประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้งนั่นเอง โดยให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนตัดสิน
ที่สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษที่คนไทยคุ้นเคย การเลือกตั้งทั่วไปจบเรียบร้อยแล้วอย่างสงบเรียบร้อยปกติ เปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองอย่างสันติ
เมื่อพรรคแรงงาน ฝ่ายค้าน เป็นพรรคทางการเมืองแนวฝ่ายซ้ายกลางชนะเลือกตั้งถล่มทลาย คว้าชัยชนะเหนือพรรคอนุรักษนิยม ฝ่ายรัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายขวา
โดยกวาดที่นั่งในสภาเกินครึ่ง ส่งผลให้ผู้นำพรรคแรงงานขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
รอคอยมานาน 14 ปี กว่าที่พรรคแรงงานจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล
ไปที่ฝรั่งเศส ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปรอบแรกไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2567 พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดมีคะแนนนำอันดับหนึ่ง ตามด้วยพรรคฝ่ายซ้าย และกลุ่มพรรคแนวร่วมพันธมิตรสายกลาง
ขณะนี้อยู่ในช่วงการเลือกตั้งรอบสอง ทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวมีคะแนนลดหลั่นกันลงไป แต่ไม่ทิ้งขาด อยู่ระหว่างการต่อรองรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนที่สหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจโลก ก็กำลังหาเสียงเพื่อเป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
สรุปคือที่อังกฤษจบเรียบร้อยด้วยดี ได้ผู้นำรัฐบาลคนใหม่ ขณะที่ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกายังไม่รู้ผลแน่นอน
แต่สุดท้ายเชื่อว่าจะเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีอำนาจนอกเหนือประชาธิปไตยมาบิดเบือนผลการเลือกตั้ง หรือแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล
ย้อนกลับมาดูประชาธิปไตยแบบไทย การได้มาซึ่งประชาธิปไตย และการเลือกตั้ง ต้องแลกมาด้วยต้นทุนหลายๆ อย่างของประเทศ
การเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองมีความสุ่มเสี่ยง ไม่ราบรื่น ประชาชนต้องเจ็บปวดเดือดร้อนจากรัฐประหาร การแทรกแซงจากอำนาจนอกประชาธิปไตย
แม้วันนี้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีความพยายามใช้อำนาจที่ตกค้างจากรัฐประหาร เล่นเกมการเมืองล้าหลัง ขัดขวางพัฒนาการทางประชาธิปไตย
ข้าวตอกแตก