ช่วงนี้ชาวบ้านต่างพากันตอบรับดิจิทัลวอลเล็ต หนึ่งหมื่นบาท โครงการเติมเงินในกระเป๋าตังค์ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบพายุหมุนหลายตลบ
นอกจากนี้ ยังเปิดให้พระภิกษุ สามเณร แม่ชี รวมถึงนักบวชทุกนิกาย ที่เป็น “พลเมืองไทย” ได้รับสิทธิถ้วนหน้าด้วย
จากสถิติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปี 2566 ระบุจำนวนพระภิกษุ-สามเณรทั่วประเทศมีทั้งหมด 205,513 รูป
เท่ากับว่าจะมีเงินรวมทั้งสิ้น 2,055,130,000 บาทสะพัดเข้าวัดวาอาราม
ขณะนี้ แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ที่เปิดให้ผู้มีสมาร์ตโฟนดาวน์โหลด เพื่อรับสิทธิ์ มียอดพุ่งทะลุวันละหลายแสน จนถึงขณะนี้เกินกว่าหลัก 10 ล้านคนแล้ว
คาดว่าภายในเดือนนี้จะมีผู้โหลดเพื่อรับสิทธิ์อย่างถล่มทลาย
ที่ผ่านมา โครงการนี้ถูกปรามาสว่าไม่สามารถทำได้ บางฝ่ายก็พยายามขัดขวาง
แม้แต่ผู้บริหารธนาคารชาติก็มีท่าทีไม่เอาด้วย หลบเลี่ยงไม่เข้าประชุม จนดูเหมือนเป็นผู้นำองค์กรเหนือรัฐ
นักการเมืองบางคนบอกว่าไม่มีทางทำได้ และต่อต้านสุดตัว ถึงขนาดประชดประชัน ถ้าทำได้จริงจะไปบวชชี (ฮา)
ล่าสุด แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” มีผู้เข้าไปโหลดอย่างต่อเนื่องจนระบบล่ม
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่าเป็นการรีเซ็ตตัวแอปพลิเคชั่นให้อัพเดตเวอร์ชั่น ยืนยันมีความพร้อมของระบบ เพื่อส่งไปเชื่อมกับทะเบียนราษฎร ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นระบบรอคิว หากมีผู้ใช้เกินกว่า 5 ล้านคน
“ยืนยันว่าแอปพลิเคชั่นจะไม่มีปัญหา และระยะเวลาการลงทะเบียนจะเป็นไปตามกำหนดคือตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ไปจนถึงวันที่ 15 ก.ย.” นายเผ่าภูมิระบุ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีคอลเซ็นเตอร์ 1111 ที่เปิดให้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการลงทะเบียน รวมถึงเว็บไซต์ “ทางรัฐ” ที่มีข้อมูลเรื่องการลงทะเบียนให้เข้าไปศึกษาข้อมูลได้
หากย้ายทะเบียนบ้าน ก็สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ใหม่ได้ตามที่ลงทะเบียน โดยนับ ณ วันลงทะเบียนว่าอยู่ที่ไหนก็ใช้ตรงนั้น โดยใช้รัศมีอำเภอเป็นเกณฑ์
คาดว่าประมาณเดือนธันวาคม พายุหมุนทางเศรษฐกิจจะเริ่มพัดเวียน!!
เภรี กุลาธรรม