เจ้าเก่าขาประจำตามบดขยี้ “พรรคประชาชน” ต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่เป็นชนักใหญ่ปักหลัง กรณี “44 สส.” ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา ม.112
เพราะแค่ 1 วันหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล วันถัดมาก็มีข่าวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ส่งเอกสารไปยัง รรคประชาชนป.ป.ช.
ตามด้วย นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ผู้ร้องคดีล้มล้างฯ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จนนำมาสู่การยุบพรรค ที่ไปยื่นคำร้องต่อป.ป.ช.ด้วยตัวเอง เมื่ออังคารที่ผ่านมา
ประเด็นของ “เรืองไกร-ธีรยุทธ” คือต้องการให้ป.ป.ช.เร่งพิจารณาดำเนินคดีกับ สส.อดีตพรรคก้าวไกล ทั้ง 44 คน ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่พรรคประชาชน
กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมกันเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเป็นการเร่งรัดขยายผลจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 สั่งให้ยุติการกระทำ และ 20/2567 สั่งยุบพรรค
“เพื่อให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยโดยเร็ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87” นายธีรยุทธ ระบุ
โดยใน สส. 44 คน แบ่งเป็น สส.เขต 8 คน คือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม., ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา, จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี, ศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด และ วุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ
สส.บัญชีรายชื่อ 17 คน อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ศิริกัญญา ตันสกุล, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, รังสิมันต์ โรม ฯลฯ
ส่วนที่ไม่ได้เป็นสส.สมัยนี้ 11 คน อาทิ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นต้น
ยังมีสส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ 10 ปีจากกรณียุบพรรค อีก 8 คน ตัวหลักอย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, เบญจา แสงจันทร์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และปดิพัทธ์ สันติภาดา รวมอยู่ด้วย
สุดท้ายปลายทางหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิดจริง ทั้งหมดจะต้องสิ้นสภาพการเป็น สส. โดยส่วนที่เป็นสส.เขต 8 เขตจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ 17 คน จะไม่มีการเลื่อนลำดับขึ้นมาแทน
เพราะพรรคก้าวไกลถูกยุบไปแล้ว พรรคประชาชนที่ตั้งใหม่จึงไม่มีบัญชีรายชื่อสำรองไว้สำหรับเลื่อนขึ้นมาแทน
มันฯ มือเสือ