การเมืองตลอดทั้งสัปดาห์ จับตาไปที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธาร
ที่ครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลานานในการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าหน้าเก่าหน้าใหม่ เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหรือยังไม่เคยเป็น ทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติอย่างเข้มข้น
เหตุที่ต้องตรวจกันอย่างละเอียดพิถีพิถันกว่าครั้งใดๆ เหตุผลหลักสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ที่มีใจความสำคัญตอนหนึ่ง ว่า
“การพิจารณาว่าบุคคลใดมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 160 (5) เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้พิจารณา ในฐานะผู้รับผิดชอบในการนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการดังกล่าว”
ซึ่งทั้งนายกฯ แพทองธาร และแกนนำพรรคเพื่อไทย แม้ต้องการให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลในอดีตมาสู่รัฐบาลปัจจุบันเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารประเทศ และลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง
แต่ก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อบทเรียนที่เกิดกับอดีตนายกฯ เศรษฐาได้
“การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้จำเป็นต้องดูเรื่องคุณสมบัติเป็นพิเศษ เพื่อไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ผิดพลาด และไม่อยากให้ใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องรีบแต่งตั้งให้เสร็จเพื่อส่งคุณสมบัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพราะรอบนี้หลายคนก็แนะนำว่าการตรวจคุณสมบัติจะนานขึ้น” นายกฯ คนที่ 31 ระบุ
แม้จะทำให้การจัดตั้งคณะรัฐบาลล่าช้าออกไปบ้าง แต่หากมองในมุมบวก การผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น นอกจากทำให้นายกฯ ปลอดภัยจากข้อร้องเรียนผิดจริยธรรมร้ายแรง ยังเป็นหลักประกันว่ารัฐมนตรีใน “ครม.แพทองธาร” ไม่มีใครประวัติด่างพร้อย
ในทางตรงข้าม หากใครมีประวัติกระดำกระด่าง ตรวจสอบคุณสมบัติครั้งนี้แล้วไม่ผ่าน
ต้องถูกจัดเข้าไปอยู่ในหมวดหมู่นักการเมืองถูกตัดสิทธิ์ อดเป็นรัฐมนตรีตลอดชีวิตไปโดยปริยาย
มันฯ มือเสือ