หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese
29 ก.ย. 2567 - 17:09 น.

“เทศกาลกินเจ” เป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจได้อย่างหนึ่ง ปีนี้ตรงกับช่วงวันที่ 3-11 ต.ค. รวมเวลา 9 วัน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ ปี 2567 พบว่า บรรยากาศกินเจปีนี้มีความใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

คาดว่าปีนี้จะมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจอยู่ที่ประมาณ 45,003 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีค่าใช้จ่าย 44,558 ล้านบาท แต่ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562

จากผลสำรวจ 1,265 ตัวอย่างทั่วประเทศ มีประชาชนตอบว่าไม่กินเจ อยู่ที่ 63.9% กินเจ 36.1%

กลุ่มผู้กินเจเป็นเพราะตั้งใจทำบุญ 20.2% ลดการกินเนื้อสัตว์ 17.0% ส่วนผู้ไม่กินเจ เพราะอาหารเจแพง 26.1% ไม่มีเชื้อสายจีน 23.6% เศรษฐกิจไม่ดี 12.1% โดยมีมูลค่าการเดินทางไปทำบุญเฉลี่ย 4,523.30 บาทต่อ 2-3 วันต่อทริป หรือทำบุญเฉลี่ย 2,081.61 บาทต่อคน

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่มองว่ายังไม่ดีขึ้น

แม้มีการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทเข้ามา แต่ไม่ได้ช่วยในช่วงเทศกาลกินเจมากนัก เพราะกลุ่มผู้กินเจอาจยังไม่ได้รับเงิน 10,000 บาทนี้ โดยคนมองว่าเศรษฐกิจยังแย่ ยังนิ่งๆ ทรงตัว และซึมลงกว่าเดิมจากปี 2566

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ตามโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟสแรก จ่ายเงิน 10,000 บาท ให้กลุ่มคนเปราะบางผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ รวมประมาณ 14.5 ล้านคน

พบว่ากลุ่มคนที่รับเงินสด 10,000 บาท รอบนี้ ส่วนใหญ่เกือบ 70% จะแบ่งใช้จ่ายเงินหลายครั้ง โดยจะใช้จ่ายภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อซื้อสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ทองคำ และสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เสื้อผ้า วัตถุดิบเพื่อการเกษตร หรือการค้า

แต่ก็มีเกือบ 20% ที่ระบุจะใช้เงินหมื่นที่ได้มาให้หมดในครั้งเดียว 19.2%

ทั้งนี้ เงิน 10,000 บาทเฟสแรก ที่มีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ 14.5 ล้านคน วงเงิน 145,000 ล้านบาท จะส่งผลต่อจีดีพีปี 2567 เพิ่ม 0.2%-0.3% เกิดการหมุนในระบบเศรษฐกิจ 2-3 รอบ สร้างเม็ดเงินเพิ่มขึ้น 2.5-4.5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัว 2.5-3% ไตรมาส 4 ขยายตัว 3.8-4.3% ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวในกรอบเฉลี่ย 3-3.5%

ทำให้ทั้งปี 2567 โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวประมาณ 2.6-2.8% มีสูงขึ้น

มันฯ มือเสือ


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ทิ้งหมัดเข้ามุม - เทศกาลกินเจ กับ1หมื่นเฟสแรก