“จริงๆ ต้องขอบคุณผมนะ มีการยุบพรรคเขา…ทำให้เขามีเงินเข้าไปตั้ง 20-30 ล้าน ใช่ไหม สมาชิกเก่าเข้าไปจดทะเบียนเป็นสมาชิกตามไปด้วย เห็นไหม ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหนเลย”
“ยุบปั๊บ เอ้าไปเปิดพรรคใหม่ได้ เอ้า ไม่ข้องใจแล้วหรือ เมื่อวานร้องไห้อยู่ พรรคเราจะไปแล้ว อย่างนู้นอย่างนี้ โอ้ สองวันเลิก จากน้ำตาเป็นเสียงหัวเราะ ยักไหล่แล้วไปต่อ เงิน 20 ล้าน”
คือคำพูดบางช่วงบางตอนของนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 1ในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายหัวข้อ ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ที่สำนักงานเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2567 หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลเพียงไม่กี่วัน
ต่อมาได้มี สส.พรรคแกนนำรัฐบาลและฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการบนเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน
จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญรับทราบ หากศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะประการใดได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วยนั้น
ล่าสุด สำนักเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงเลขาธิการสภา ผู้แทนฯ ลงวันที่ 4 ต.ค.2567
สรุปใจความได้ว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
เห็นว่า การแสดงความคิดเห็นของ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมายพรรค การเมืองในการสัมมนาทางวิชาการของศาลรัฐธรรมนูญ
มิได้เป็นการแสดงความคิดเห็นอันมีลักษณะเป็นการเสียดสี หรือประชดประชันพรรคการเมืองใด ที่จะส่งผลต่อความเป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดี
ไม่กระทบกระเทือน หรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อสส.ในสภาสะท้อนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ส่งคำชี้แจงตอบกลับมายังสภาแล้ว
ส่วนใครจะชอบไม่ชอบ พึงพอใจหรือไม่พึงพอใจต่อคำชี้แจงดังกล่าว ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ
มันฯ มือเสือ