ชิงตัดหน้าลาออก ก่อนพรรคจะมีมติขับออก สำหรับพล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ที่วันนี้เป็นอดีตสส.พรรคเพื่อไทยไปแล้ว
แต่ที่ยังอยู่และลาออกไม่ได้คือการเป็นหนึ่งในจำเลย ถูกศาลออกหมายจับในคดีสลายม็อบตากใบปี 2547
จากนี้ต่อไปคดีตากใบที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ไม่ถึง 10 วันคดีจะหมดอายุความ ก็จะตกเป็นภาระหน้าที่ของตำรวจในการปฏิบัติตามคำสั่งศาล ติดตามจับกุมผู้ถูกออกหมายจับมาให้ได้ก่อน 25 ต.ค.
สำหรับหนังสือลาออกของพล.อ.พิศาล ที่มอบหมายตัวแทนมายื่นต่อพรรคเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ใจความสรุปว่า
จากการตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเหตุการณ์ปี 2547 ขณะนี้ตนเองอยู่ระหว่างรักษาอาการป่วยและพักฟื้น โดยยื่นใบลากับสภาและได้รับอนุมัติตามระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีความพยายามนำประเด็นของตนเองไปเคลื่อนไหว ขยายความขัดแย้งในสังคม และผูกโยงเพื่อให้มีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย ทั้งที่พรรคมิได้เกี่ยวข้องต่อเรื่องดังกล่าว
จึงเห็นว่า เพื่อไม่ให้พรรคได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากตนเองและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันถือเป็นการขาดสมาชิกภาพการเป็นสส. เพื่อมิให้เป็นภาระต่อสภา
“สำหรับคดีความที่เกิดขึ้น ผมจะขอมาดำเนินการชี้แจงด้วยตัวเองเมื่ออาการป่วยของผมทุเลาลง”
อย่างที่ทราบกันก่อนหน้านี้ พล.อ.พิศาล ได้ยื่นลาประชุมต่อสภา อ้างว่าป่วย ต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. ถึง 30 ต.ค. ซึ่งหากถึงตอนนั้นคดีตากใบก็หมดอายุความไปแล้ว 5 วัน
แต่ตอนนี้เมื่อไม่ได้เป็นสส. ใบลาที่ยื่นไว้ต่อสภาจึงไม่มีผลใดๆ พล.อ.พิศาล อาจรอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา หรืออาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ไม่ต้องถูกกดดันให้ รับผิดชอบ เพราะพล.อ.พิศาลไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว
ส่งผลให้คดีความ 20 ปีจบลงในแบบที่ไม่สามารถนำตัวจำเลยมาขึ้นศาลได้ ส่วนบทจบคดีตากใบจะเป็นเชื้อปะทุใหม่ให้ไฟใต้กลับมาโหมแรงอีกครั้งหรือไม่
เป็นสิ่งที่หลายคนหวั่นเกรง และไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
มันฯ มือเสือ