อาฟเตอร์ช็อก “คดีดิไอคอน” สั่นสะเทือนทุกแวดวง รวมถึงนักการเมือง พรรคการเมือง ลามถึงสภาผู้แทนราษฎร
จากกรณี “คลิปเสียง” นักการเมืองเรียกรับผลประโยชน์จาก “บอสพอล” และมีการเชื่อมโยงไปถึง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกและรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ถึงไม่ได้เป็น สส. แต่นายสามารถก็มีชื่ออยู่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาหลายชุด อาทิ รองประธานอนุกมธ. อนุกมธ. โฆษกอนุกมธ. และกมธ.วิสามัญ เป็นต้น
ตรงนี้จึงนำมาสู่คำสั่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ให้ประธาน กมธ.ชุดต่างๆ ตรวจสอบบุคคลที่แต่งตั้งเป็นคณะทำงาน หรือที่ปรึกษา
ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน การแอบอ้าง หรือทำให้สภาเสียหาย ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ทันที
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ต้นสังกัดนายสามารถ ช่วงค่ำวันที่ 17 ต.ค. แกนนำพรรคได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อหารือปัญหาที่เกิดขึ้น
เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคไม่สบายใจกรณีดังกล่าว เพราะทำให้พรรคเสียหาย
พล.อ.ประวิตร จึงสั่งการให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคไปแก้ปัญหา โดยนายไพบูลย์แจ้งนายสามารถ ขอให้ลาออกจากสมาชิกพรรค ถ้าพิสูจน์แล้วไม่ผิด สามารถกลับเข้ามาใหม่ได้ แต่นายสามารถ ยืนยันไม่ลาออก
เบื้องต้นจึงทำได้แค่ให้พล.อ.ประวิตร ออกคำสั่งให้นายสามารถ พ้นจากตำแหน่งรองโฆษกพรรค มีผลตั้งแต่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนการ “ขับออก” จากพรรค ตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ยังทำไม่ได้ เพราะต้องใช้มติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 29 ต.ค.
ขณะที่สังคมภายนอกมองว่า “คดีดิไอคอน” เป็นคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ ผู้ร่วมขบวนก่อการล้วนเป็นดาราคนดัง โดยมีประชาชนตกเป็นเหยื่อเสียหายจำนวนมาก
การขับสมาชิกพรรคที่ตกเป็นข่าวพัวพัน เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคนั้นๆ ควรแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการเรียกประชุมหารือเร่งด่วน นอกเหนือจากวาระปกติ
ถ้าคิดจะตัดไฟแต่ต้นลม ก็ต้องทำทันที เพื่อให้สังคมสิ้นข้อสงสัย
นอกจากนักการเมืองที่ตกเป็นข่าวแล้ว ยังมี “บิ๊กบอส” การเมือง อยู่เบื้องหลังเกี่ยวข้องด้วยจริงหรือไม่
มันฯ มือเสือ