ย้อนกลับไปช่วงปลายส.ค.ต่อเนื่องก.ย.ตลอดทั้งเดือน เกิดอุทกภัยภาคเหนือหลายจังหวัด
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ครม.อนุมัติตามที่มหาดไทยเสนอทบทวนหลักเกณฑ์เงื่อนไขวิธีจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝนปี 2567
จากมติเดิมวันที่ 17 ก.ย. แบ่งเป็น 3 อัตรา 5,000 7,000 และ 9,000 บาท ตามจำนวนวันที่บ้านเรือนพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังทรัพย์สินเสียหาย
ปรับเป็นช่วยเหลือแบบเหมาจ่ายอัตราเดียว ครัวเรือนละ 9,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 3,045 ล้านบาท ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง บ้านเรือนอยู่อาศัยทรัพย์สินเสียหาย ไม่ว่าอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน หรือเกิน 7 วัน
ให้ได้รับเงินช่วยเหลืออัตราเดียว ครัวเรือนละ 9,000 บาท
คืบหน้าล่าสุด 25 ต.ค. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า จากที่ ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์เงื่อนไขวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2567
มอบหมาย ปภ.เป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่ง ปภ.ได้ประสานการทำงานใกล้ชิดกับจังหวัด เร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
ถึงวันที่ 24 ต.ค. ธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยสำเร็จแล้ว 11 ครั้ง เมื่อวันที่ 27, 30 ก.ย. และวันที่ 2, 4, 8, 9, 17, 18, 21, 22 และ 24 ต.ค. รวม 102,115 ครัวเรือน เป็นเงิน 918,971,000 บาท
วันที่ 25 ต.ค. โอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งที่ 12 ประมาณ 17,000 ครัวเรือน เป็นเงิน 155,664,000 บาท ของจ.สุราษฎร์ธานี ตาก สระบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด บึงกาฬ เชียงใหม่ และนครราชสีมา
และครั้งที่ 13 อีกประมาณ 20,000 ครัวเรือน 184,266,000 บาท ในวันที่ 28 ต.ค. ของจ.เพชรบูรณ์ ลำปาง มหาสารคาม พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา อุดรธานี เลย หนองคาย แพร่ และอ่างทอง
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว ปภ.เน้นย้ำให้ 57 จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. เร่งรัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็ว
โดยผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเข้ามาก่อนวันที่ 16 ต.ค. ต้องได้รับเงินช่วยเหลือภายในวันที่ 31 ต.ค. ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี
ภาคเหนือ-อีสานสถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ถึงจุดนี้เบาใจได้ว่าน้ำไม่ท่วมแน่นอน
ที่น่าห่วงคือภาคใต้ที่ยังมีความเสี่ยง หน่วยงานต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
มันฯ มือเสือ