ศาลจังหวัดนราธิวาสสั่งจำหน่ายคดี 7 อดีตข้าราชการระดับสูงตกเป็นจำเลยคดีสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวม 85 ราย
เนื่องจากไม่สามารถนำตัว 7 จำเลยมาขึ้นศาลได้ทันก่อนหมดอายุความ 20 ปี ไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2567
เหตุการณ์สลายม็อบตากใบ เป็นคดีใหญ่และเป็นเงื่อนไขสำคัญหนึ่ง ที่ทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ไม่สำเร็จลุล่วงนำไปสู่สันติภาพอย่างถาวรในพื้นที่
ดังนั้น การที่คดีตากใบต้องหมดอายุความ คดีไปต่อไม่ได้ แน่นอนย่อมส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อการแก้ดับไฟใต้
สถานการณ์ในพื้นที่จะรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ จะรักษาบาดแผลในใจของผู้สูญเสียกันอย่างไร จะมีเงื่อนไขอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วยหรือไม่
ต่อเรื่องเหล่านี้ รัฐบาลจะมีมาตรการรับมืออย่างไร และจะมีแผนการอะไรใหม่ๆ หรือไม่ที่จะดับไฟใต้
พรรคประชาชาติ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล มีฐานเสียงใหญ่ในชายแดนภาคใต้ มีจำนวนสส.มากที่สุดในพื้นที่ ภายใต้การนำของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค
โดยโฆษกพรรคแถลงยืนยันพรรคจะเดินหน้าแก้ปัญหาไฟใต้ต่อไป โดยจะเสนอรัฐบาลกำหนดแผนงานยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มุ่งเน้นการพัฒนา ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการศึกษา กวดขันการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ยังเสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญาคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐจนทำให้ประชาชนถึงแก่ความตายนั้นไม่มีอายุความ เพื่อป้องกันและสร้างมาตรฐานมิให้เกิดโศกนาฏกรรม เช่น กรณีสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตเกิดขึ้นอีก
นั่นคือท่าทีของพรรคประชาชาติ ซึ่งต้องติดตามการเคลื่อนไหวผลักดันต่อไป
ส่วนเฉพาะหน้า รัฐบาลต้องวางมาตรการป้องกันสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ให้บานปลาย เช่น ระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมาย ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่
ตลอดจนการเร่งพูดคุยสันติสุข ที่ช่วงนี้กำลังจัดวางทีมพูดคุยคณะใหม่ ต้องเดินหน้าให้เป็นรูปธรรมอย่างที่เป็นอยู่
แม้คดีตากใบต้องหมดอายุความ ไปต่อไม่ได้
แต่ก็หวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นเร่งให้รัฐบาลมุ่งเดินหน้าดับไฟใต้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
ข้าวตอกแตก