คดีฮั้วเลือก สว.เข้าสู่กระบวนการคดีพิเศษ ตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) 11 ต่อ 4 งดออกเสียง 3
เป็นคดีพิเศษฐานความผิดฟอกเงิน แต่ถ้าพยานหลักฐานเชื่อมขยายไปถึงอั้งยี่ ภัยความมั่นคงตามมาตรา 116 สามารถทำคดีต่อได้เลยโดยไม่ต้องขอมติ กคพ.อีก
ทั้งนี้หลังจาก กกต.รับรอง 200 สว. เมื่อก.ค.2567 มีผู้สมัครสว.กลุ่มสว.สำรอง และผู้เสียหายจำนวนมากยื่นร้องเรียนการเลือก สว. ไม่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์โปร่งใส มากกว่า 500 คำร้อง
วันนี้เหลืออีกประมาณ 3 เดือนจะครบกำหนด 1 ปีที่รับรอง 200 สว. และได้รับเรื่องร้องเรียน
กกต.ไม่มีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะคืบหน้า
“ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม”?!
ควบคู่กับร้องกกต. กลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องดีเอสไอให้พิจารณารับคดีฮั้วเลือกสว. เป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น พบความไม่ปกติ เข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา
นำมาสู่การนัดประชุมกคพ. พิจารณารับคดีพิเศษในวันที่ 25 ก.พ. ก่อนเลื่อนลงมติแล้วนัดใหม่ 6 ก.พ.
กระทั่งมีมติรับเป็นคดีพิเศษความผิดฟอกเงิน
“ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาล ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์”?!
สำหรับกระบวนการคดีพิเศษ ดีเอสไอต้องมีพยานหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ นำเข้ารายงานต่อ กคพ.เพื่อพิจารณาตัดสินใจ
กคพ.ประกอบด้วยผู้ทรงภูมิความรู้ด้านต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระดับประเทศ
การมีมติรับเป็นคดีพิเศษ แสดงว่าคดีมีมูล พยานหลักฐานน่าเชื่อถือ
คดีพิเศษ ‘ฮั้วเลือกสว.’ เดินหน้า ดีเอสไอได้ดาบอาญาสิทธิ์ ขีดเส้นสรุปพยานหลักฐานให้จบใน 3 เดือน
อีก 3 เดือนข้างหน้า สว.ชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ครบ 1 ปี
ใครจะจบชีวิตวุฒิสมาชิกเพียงปีแรก ใครจะได้ไปต่อปีที่ 2 หรือ เซ็ตซีโร่เลือก สว.ใหม่ทั้งหมด
ทีมคดีพิเศษจะคลี่คลายข้อเท็จจริง นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
โดยมีศักดิ์ศรีดีเอสไอเป็นประกัน
นายเจ็ดอักษร