ออกหมายเรียกแบบรัวๆ เป็นล็อตที่ 5 สั่งลาเดือนพ.ค. คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของกกต. ร่วมกับดีเอสไอ ออกหมายเรียกสว.เข้ารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหาอีก 22 คน

บวกก่อนหน้านี้ ล็อตแรก 55 คน ล็อตสอง 10 คน ล็อตสาม 24 คน ล็อตสี่ 16 รวมทั้งหมดเป็น 127 คน เกินครึ่งวุฒิสภา

“ล็อตที่ 6 ผมบอกเลยว่าเป็นเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจ ล็อตที่ 7 บรรดาลูกเทพทั้งหลาย และล็อต 8 เจ้าพ่อเขากระโดงโดนแน่” ทนายอั๋น-ภัทรพงศ์ ศุภักษร ระบุแบบคาดการณ์

หลายคนรอดูหมายเรียกของกกต.จะไปสิ้นสุดตรงไหน ถ้าดูจากตัวเลข 138+2 ที่ตั้งไว้ เหลืออีกไม่มาก

สำหรับความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 77 (1) ที่ สว.บางส่วนถูกคณะอนุฯ สืบสวนและไต่สวน กกต.แจ้งนั้น

เขียนไว้ว่า ผู้ใดกระทำการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

ส่วนคดีความผิดฐานฟอกเงินและอั้งยี่ ในความดูแลรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ

ความคืบหน้าล่าสุดในการพิจารณาออกหมายเรียก ปัจจุบันพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 60 ปาก อยู่ระหว่างรวบรวมถ้อยคำให้การ โดยพยายามเร่งรัดดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

โดยไม่เกี่ยวกับว่าจะต้องรอผลกระบวนการทำงานของคณะอนุฯ สืบสวนและไต่สวนของกกต.เสร็จสิ้นก่อน ว่าจะแจ้งเอาผิดใครบ้าง เพราะดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงินและอั้งยี่ไว้อีกส่วนหนึ่งต่างหาก

ซึ่งแปลความจากตรงนี้ได้ว่า ถึงจะหลุดจากข้อหาความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 77 (1) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลผู้นั้นจะหลุดจากคดีฟอกเงินและอั้งยี่ไปด้วยโดยอัตโนมัติ

เพราะคดีของกกต.กับของดีเอสไอ แม้บางส่วนจะใช้พยานหลักฐานร่วมกัน แต่เป้าหมายการเอาผิดในทางคดีแตกต่างกัน

สรุปง่ายๆ คือต่อให้ สว.ที่ร่วมขบวนการฮั้วเลือกกันเข้ามาจะรอดจากความผิดมาตรา 77 (1) ไปได้

ก็ยังต้องไปลุ้นดาบสองข้อหาฟอกเงิน-อั้งยี่ ที่หนักไม่แพ้กันอยู่ดี

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน