เกาะติดคดีฮั้วเลือก สว. โยงใยถึงพรรค “น้องใหม่” ฝ่ายค้าน
คืบหน้าล่าสุด “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียกพยานล็อตแรก 7 รายคดี “ฟอกเงิน” และ “อั้งยี่” เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว.ปี 2567
ที่เพิ่งออกหมายช่วงนี้ เนื่องจากความผิดฐานดังกล่าวจำเป็นต้องรอหลักฐาน “รายการเดินบัญชี” ของบุคคลต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และเมื่อพนักงานสอบสวนนำมาวิเคราะห์
จึงเห็น “เส้นทางการเงิน” ในแต่ละพื้นที่จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้
โอนจากกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับ “พรรคการเมือง” มายัง “โหวตเตอร์”
จึงออกหมายเรียกให้พยานมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป
พยานทั้ง 7 มีทั้งผู้รับบทบาทเป็นโหวตเตอร์ ผู้จัดหาคนลงสมัคร ผู้โอนเงินและผู้รับเงิน ที่ตรวจพบเส้นทางเงินปรากฏขึ้นในช่วงเลือกและใกล้วันเลือก สว. ในระดับต่างๆ ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ
อย่างไรก็ตามทั้ง 7 รายเป็นแค่เบื้องต้น จะมีการทยอยออกหมายเรียกตามมาอีกจำนวนมาก
ฟากฝั่ง กกต. ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 ล็อต รวม 162 คน ให้มารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหากระทำการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.
ไฮไลต์อยู่ในล็อตที่ 7 ล็อตสุดท้ายที่มีชื่อนักการเมือง “บิ๊กเนม” กรรมการบริหารพรรค และบุคคลเกี่ยวข้องกับพรรค รวม 20 คน
ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน 4 ประเด็น คือ
การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ, การจ่ายเงินสดเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือก สว., การจัดทำโพยฮั้วเลือก สว. และการให้ผู้สมัคร สว.ที่ผ่านระดับจังหวัด เขียนใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่
เนื่องจากระบบคดี กกต. มี 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย และชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต.
ดังนั้น อาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่า กกต.จะสรุปเรื่องส่งศาลฎีกาวินิจฉัยตัดสิน
แต่ในจังหวะการเมืองผันผวน รัฐบาลปรับ ครม. เปลี่ยนสูตร “พรรคร่วม” คดีฮั้ว สว.ถูกตีขนาบรุกไล่จาก กกต. และดีเอสไอ
จึงไม่แปลกที่ระหว่างนี้บางพรรค จะเร่งเกมเขย่ารัฐบาลเต็มแรง ด้านหนึ่งหวังผลทางการเมือง
ด้านหนึ่งหวังผลสะเทือนทำให้คดีฮั้ว สว.และคดีความอื่นๆ ที่ส่อเค้าโดนไล่เช็กบิล
ต้องหยุดชะงัก ล้มครืนตามไปด้วย
มันฯ มือเสือ