สรุปว่า ข่าวรัฐบาลไทยส่งคืนวัตถุโบราณ 20 ชิ้นให้กับกัมพูชา เป็นแค่ “ข่าวปลอม” หรือ “เฟกนิวส์”
ที่คนปล่อยพยายามจะดิสเครดิตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น รมว.วัฒนธรรม อีกตำแหน่งหนึ่ง
“ข่าวจริง” ก็คือ เมื่อ 21 พ.ค.2567 ทีมโฆษกรัฐบาลสมัยอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงว่า
ครม.มีมติอนุมัติให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร มอบโบราณวัตถุ 20 รายการ คืนให้กัมพูชา
เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงทวิภาคีระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชา
รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ และแสดงให้เห็นว่าไทยเป็นภาคียึดมั่นและปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทวิภาคีอย่างเคร่งครัด
ส่วนที่มาที่ไปวัตถุโบราณ 20 ชิ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2543 กรมศุลกากรตรวจยึดโบราณวัตถุกัมพูชา ที่นำเข้าโดยผิดกฎหมายจากสิงคโปร์ จำนวน 43 รายการ
ต่อมากรมศิลปากรตรวจสอบและมอบคืนให้กัมพูชา ตามมติครม. 24 ก.พ.2552 และ 13 ม.ค.2558 แล้วจำนวน 23 รายการ
เหลือ 20 รายการ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีถิ่นกำเนิดในกัมพูชาหรือไม่
เนื่องจากทั้ง 20 รายการเป็นโบราณวัตถุที่พบได้ในโบราณสถานทั้งในไทยและกัมพูชา
ครม.จึงมีมติเมื่อ 13 ม.ค.2558 ให้กรมศิลปากรแจ้งผลตรวจสอบดังกล่าวให้รัฐบาลกัมพูชาทราบว่า หากประสงค์จะขอรับโบราณวัตถุดังกล่าวคืน ขอให้รัฐบาลกัมพูชาจัดส่งหลักฐานยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า โบราณวัตถุทั้ง 20 รายการมีถิ่นกำเนิดในกัมพูชา
ในครั้งนี้รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งคำร้องเพื่อขอรับคืนโบราณวัตถุทั้ง 20 รายการ พร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานยืนยันสิทธิในโบราณวัตถุดังกล่าว
จากการตรวจสอบของกรมศิลปากร ยืนยันได้ว่าโบราณวัตถุทั้ง 20 รายการมีแหล่งกำเนิดในกัมพูชา กระทรวงวัฒนธรรมจึงขออนุมัติมอบคืนให้กัมพูชา ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ
กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 นายกฯ แพทองธาร ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม ได้ไปมอบนโยบายที่กระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงชัดเจนว่า
ข่าวรัฐบาลไทยส่งคืนวัตถุโบราณ 20 ชิ้นให้กับกัมพูชาแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง
และในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติจะยังไม่มีการส่งคืนวัตถุโบราณอีก 20 ชิ้น
รวมถึงแจ้งความดำเนินคดีกับคนปล่อยเฟกนิวส์ดังกล่าว
มันฯ มือเสือ