“ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นระเบิดใหม่ รับรองว่าจะไม่หยุดนิ่ง เพราะทั้งสองประเทศอยู่ในสนธิสัญญาออตตาวา การใช้ระเบิดใหม่ถือว่าผิดสนธิสัญญานี้”

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาการรมว.กลาโหม กล่าวกรณีทหารไทยเหยียบกับดักทุ่นระเบิด บาดเจ็บ 3 นาย เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะลาดตระเวนพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ชายแดนติดกับกัมพูชา

กรณีนี้เกี่ยวกับ “อนุสัญญาออตตาวา” อย่างไร?

อนุสัญญาออตตาวา หรือ “สนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” (Ottawa Treaty) เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศ

ห้ามใช้ ผลิต เก็บรักษา ส่งออกหรือถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล, ให้รัฐภาคีทำลายทุ่นระเบิดที่มีอยู่ในคลังภายใน 4 ปี, ให้เคลียร์พื้นที่ทุ่นระเบิดที่ฝังไว้ภายใน 10 ปีหลังเข้าเป็นภาคี และให้ช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด

อนุสัญญาจัดทำขึ้นในปี ค.ศ.1997 หรือพ.ศ.2540 ที่กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา

ไทยลงนามให้สัตยาบันในปี พ.ศ.2541 ส่วนกัมพูชาเข้าร่วมในปี พ.ศ.2542 ทั้งสองประเทศจึงมีพันธะตามกฎหมายระหว่างประเทศ ห้ามใช้ ผลิต เก็บรักษา ส่งออกและถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

จากเหตุการณ์วันที่ 16 ก.ค.2568 หากตรวจพิสูจน์พบว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายวางทุ่นระเบิดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทยโดยเป็นการ “ติดตั้งใหม่” ไม่ใช่ของเก่าที่ยังเก็บกู้ไม่หมด จะเท่ากับเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาชัดเจน

ในกรณีนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความมั่นคงระหว่างประเทศ แนะนำฝ่ายไทยควรเก็บหลักฐาน เช่น เศษชิ้นส่วนระเบิด รูปถ่าย ตำแหน่งจีพีเอสจุดพบทุ่นระเบิด ใช้ช่องทางการทูตยื่นฟ้องหรือร้องเรียนกัมพูชาต่อประชาคมโลก หรือยูเอ็น

รวมถึงนำเรื่องเข้าสู่การประชุมรัฐภาคีสนธิสัญญาออตตาวา เพื่อเพิ่มแรงกดดันระดับนานาชาติต่อกัมพูชา ซึ่งจะเป็นการตอบโต้ได้อย่างมีน้ำหนัก ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และทางการทูต

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทุ่นระเบิดใหม่ หรือที่มีอยู่เก่า ตั้งแต่ยุคสงครามความขัดแย้งในอดีตหลายสิบปีก่อน

เหตุการณ์วันที่ 16 ก.ค. จะต้องผ่านการตรวจสอบที่ชัดเจน มีหลักฐานเพียงพอ มีความเป็นจริง หลีกเลี่ยงการคาดเดา หรือการกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผล และไม่มีมูลความจริงชัดเจน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน