จากการสู้รบตามแนวชายแดนตลอดแนวเขตจังหวัดอีสานใต้ไปจนถึงสระแก้ว จันทบุรี ตราด ที่กัมพูชาเปิดแนวรบหลายจุด

สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนชายแดนทั้ง 2 ฝ่าย

แต่เชื่อว่าเหตุการณ์สู้รบกับกัมพูชาครั้งนี้ทำให้รัฐบาล กองทัพ ตลอดจนประชาชนไทยย่อมประจักษ์ชัดแก่สายตา

ระบอบฮุนเซนที่ปกครองกัมพูชาน่าคบค้าสมาคมได้หรือไม่ และเชื่อว่าหลายคนคงตัดสินกันไปแล้วว่าเป็นเช่นไร

จากข้อมูลของรัฐบาล กองทัพ และลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเรื่อยมา พบว่ามีการเคลื่อนไหววางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อหวังให้เกิดเรื่องระหว่างกัน

ตั้งแต่วางเพลิงเผาศาลาตรีมุข ชายแดนสามเหลี่ยมมรกต จ.อุบลราชธานี

การเคลื่อนกองกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ประชิดตามแนวชายแดน การส่งทหารออกลาดตระเวนในพื้นที่ที่มีปัญหา

จนกระทั่งทหาร 2 ฝ่ายปะทะกันมีผู้สูญเสีย ต่อด้วยการเข้ามาลอบวางทุ่นระเบิดในเขตประเทศไทย ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บขาขาด

ถือว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญานานาชาติที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

อีกทั้งยังปลุกปั่นกระแสชาตินิยม ขนระดมมวลชนของตนเองเข้ามายั่วยุ แสดงสัญลักษณ์ไม่เหมาะสมในพื้นที่ชายแดน

ดังปรากฏที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์

สุดท้ายก็ลุกลามเป็นการสู้รบตึงเครียดอยู่ในขณะนี้

ล่าสุดจากการหารือระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ โดยเฉพาะจากการประเมินของกองทัพ คาดว่าจะยุติการสู้รบได้ภายในไม่กี่วันนี้

เพราะศักยภาพทางการทหารของไทยที่เหนือกว่ากัมพูชา

โดยจะเร่งสลายฐานทหารกัมพูชาที่รุกล้ำฝั่งไทย ยึดพื้นที่คืนให้หมด

จากนั้นจะผลักดันให้กองกำลังกัมพูชาถอยห่างจากชายแดนไทยให้มากที่สุด เพื่อกดดันให้เปิดการเจรจาแก้ปัญหาร่วมกัน

นั่นคือวิธีการที่กองทัพจะเร่งยุติศึก

และเมื่อหยุดยิงต่อกันแล้ว ต่อไปทั้งรัฐบาลและกองทัพควรต้องหาทางป้องกันรับมือในอนาคตด้วย

เพราะตราบใดที่ระบอบฮุนเซนและเครือข่ายยังมีอำนาจปกครองกัมพูชา ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดเรื่องขึ้นอีกได้

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน