การที่สภาผู้แทนราษฎรมีรองประธานสภา “มือใหม่” ถึง 2 คน คือ นายไชยา พรหมา และ นายฉลาด ขามช่วง จากการโหวตเลือกของสมาชิกสภา ภายในเวลาห่างกันเพียง 2 สัปดาห์
เป็นประเด็นน่าจับตา โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569
หนึ่งในร่างกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค.นี้
แม้รองประธานสภา อาจไม่มีอำนาจเต็มเท่าประธานสภา แต่ในทางปฏิบัติโดยเฉพาะในช่วงที่ประธานสภาไม่ได้ทำหน้าที่ก็เป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่งและสองที่ต้องควบคุมการประชุม อำนวยการอภิปรายให้เป็นไปอย่างราบรื่น
รวมถึงรับมือกับกลเกมการเมืองจากฝ่ายค้าน เช่น การเสนอนับองค์ประชุม การเสนอญัตติแทรก ซึ่งประธานในที่ประชุม ต้องใช้ทั้งประสบการณ์ชั้นเชิง ความแม่นยำในข้อบังคับในการรักษาความสงบเรียบร้อยในห้องประชุม
การที่รองประธานสภาทั้ง 2 คนเป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ในบทบาทนี้มาก่อน จึงก่อให้เกิดความกังวลหลายด้าน
โดยเฉพาะ “การควบคุมองค์ประชุม” ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของรัฐบาลปัจจุบันที่มีเสียง “ปริ่มน้ำ” เหตุการณ์องค์ประชุมไม่ครบ จนประธานต้องชิงสั่งปิดประชุมเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น เมื่อถึงวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฝ่ายค้านอาจมองเป็นจังหวะเหมาะที่จะทดสอบ หรือ “ลองของ” รองประธานสภามือใหม่
หากประธานในที่ประชุมขาดทักษะในการบริหารเวลาหรือจัดการปัญหาองค์ประชุม ก็อาจทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าหรือสะดุดจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามกรอบเวลา
ผลกระทบที่ตามมาไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังจะกระทบถึงเสถียรภาพของรัฐบาลโดยตรง
ถึงกระนั้นในภาวะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ “ความท้าทาย” ของปัญหาองค์ประชุมในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่จำกัดอยู่แต่กับประธานสภาหรือรองประธานสภามือใหม่ทั้ง 2 คน
แต่เป็นความท้าทายร่วมกันทั้งของวิปรัฐบาลและสส.พรรครัฐบาลทุกคนอีกด้วย
มันฯ มือเสือ