ฮั้วเลือกสว. คดีอื้อฉาวทางการเมืองที่อยู่ในมือดีเอสไอ มีความคืบหน้าเป็นลำดับ ใกล้ชัดเจนเข้าไปทุกขณะ

โดยเริ่มจากความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนขยายผลไปยังความผิดฐานอั้งยี่ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดทีมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานความคืบหน้าคดีให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เป็นประธานกคพ.รับทราบ

ระบุว่าจนถึงขณะนี้สอบพยานไปทั้งสิ้น 90 ปาก รวมทั้งจัดทำเหตุการณ์จำลองสถานที่ที่ใช้การเลือกสว. กระบวนการเลือก และได้รับภาพวงจรปิดในวันเลือกสว.

ที่จะเป็นประเด็นสำคัญต่อไปคือ ดีเอสไอตรวจพบร่องรอยทางการเงิน มีความเชื่อมโยงกันมากถึง 1,200 คน

ดังนั้น ดีเอสไอจึงออกหมายเรียกบุคคลกลุ่มนี้มาสอบปากคำในฐานะพยาน

“หมายเรียกพยาน 1,200 ราย ที่คณะพนักงานสอบสวนออกไปนั้น ส่วนใหญ่คือกลุ่มคนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการเพื่อเป็นโหวตเตอร์ หรือกลุ่มพลีชีพ

โดยปรากฏตั้งแต่กระบวนการเลือกสว.ในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อโหวตเลือกบุคคลที่สมัครเลือกเป็นสว.ตามโพย โดยไม่เลือกตัวเอง” คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่และฟอกเงินฮั้วสว.ระบุ

ดีเอสไอระบุด้วยว่า ในขั้นตอนการสอบปากคำพยาน ถ้ารายใดยอมรับ หรือให้การเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มไหน กลุ่มของใคร ก็จะเห็นความชัดเจนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะความเกี่ยวโยงกับนักการเมืองในพื้นที่

เนื่องจากการสืบสวนยังพบว่ามีร่องรอยทางการเงินเชื่อมโยงกันมากถึง 45 จังหวัด ทั้งการโอนเงิน รับโอนเงินระหว่างกันของคนในพื้นที่ นักการเมืองในพื้นที่ และขบวนการจัดตั้งฮั้ว

จากข้อมูลของคณะทำงานคดีพิเศษจะเห็นว่า การฮั้วสว.ที่ผ่านมามีการจัดตั้งเป็นขบวนการใหญ่ ต้องใช้คนจำนวนมากเป็นพันๆ ราย

ตามที่ดีเอสไอเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “โหวตเตอร์” หรือ “กลุ่มพลีชีพ” ที่ถูกจัดจ้างให้เข้ามาเลือกบุคคลตามคำสั่งโพยเป็นการเฉพาะ

เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมปรากฏร่องรอย ทิ้งหลักฐานตกเกลื่อนตามรายทาง และมีพยานรู้เห็นจำนวนมาก

ยิ่งสอบลึกเท่าใด ยิ่งชัดเจนมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ถึงตัวการสำคัญเข้าไปทุกขณะ

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน