สังคมออนไลน์แตกตื่น เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เพื่อไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์
แต่ชาวเน็ตพบพิรุธว่าระหว่างทางมีการบินวน และเปลี่ยนเส้นทางบินกะทันหัน มุ่งหน้าไปยังนครดูไบ
บางส่วนตั้งข้อสงสัยทันที อาจเป็นการหลบหนีก่อนศาลนัดฟังคำพิพากษา “คดีชั้น 14” วันที่ 9 ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ถัดจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ทักษิณได้ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ว่า จุดหมายเดิมคือการเดินทางไปตรวจสุขภาพกับแพทย์ที่เคยดูแลสมัยอยู่ต่างประเทศ ที่สิงคโปร์
แต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.ไทยหน่วงเวลาการเดินทางนานเกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งที่ศาลมีคำสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศได้แล้ว
ผลจากความล่าช้า ทำให้เครื่องบินไปไม่ทันเวลาที่สนามบิน Seletar ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)
เมื่อไม่สามารถลงที่สนามบินดังกล่าวได้ นักบินจึงเปลี่ยนแผนไปยังดูไบ ซึ่งเป็นจุดหมายรอง
ทักษิณระบุว่า ตนมีแพทย์ประจำด้านกระดูกและปอดอยู่ที่นั่น อีกทั้งยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 2 ปี
นอกจากนี้ การเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันยังต้องขออนุญาตผ่านน่านฟ้าหลายประเทศ เป็นสาเหตุให้เครื่องต้องบินวนเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณน่านฟ้าอินเดียที่มีการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตสำหรับเครื่องบินทั้งหมด
ทำให้ผู้ติดตามเส้นทางการบินไม่สามารถระบุตำแหน่งเครื่องได้ในบางช่วง
ทักษิณยืนยันว่าจะเดินทางกลับไทยภายในวันที่ 8 ก.ย. เพื่อไปรับฟังคำพิพากษาของศาลในวันที่ 9 ก.ย.ด้วยตัวเอง พร้อมย้ำว่าไม่มีเจตนาหลบหนี
ทั้งนี้ สนามบิน Seletar ในสิงคโปร์มีช่วงเวลาปิดให้บริการเพื่อฝึกซ้อมการบิน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เวลา 22.00 – 07.00 น. และช่วงเวลาอื่นๆ ในระหว่างวัน
โดยจากเวลาที่เครื่องบินของทักษิณออกจากดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงไม่สามารถไปถึงก่อนสนามบินปิดได้ทัน ทำให้การเปลี่ยนแผนไปยังดูไบเป็นทางเลือกเดียวในขณะนั้น
จากคำชี้แจงดังกล่าว แม้จะคลายข้อสงสัยได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และจับตาอย่างใกล้ชิดถึงความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ
โดยเฉพาะในวันอังคารที่ 9 ก.ย.นี้ ซึ่งจะพิสูจน์ว่า ทักษิณจะไปศาลตามที่ประกาศไว้หรือไม่
มันฯ มือเสือ