3 พรรคใหญ่ ประชาชน-เพื่อไทย-ภูมิใจไทย เห็นพ้องต้องกัน
“แก้รัฐธรรมนูญ”
พรรคประชาชนจับภูมิใจไทย เซ็น MOA ก่อนเทเสียง 143 สส.โหวตเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ
ให้เวลานายกฯ 4 เดือนทำตามข้อตกลง ทำประชามติ “แก้รัฐธรรมนูญ” แล้วยุบสภา
วางเป้ายุบสภาปลายเดือนม.ค.2569
พรรคประชาชนมั่นใจกำกับภูมิใจไทย คุมเกมแก้รัฐธรรมนูญ วาดแผนเร่งกระบวนการยกร่างเข้าสภา สรุปเนื้อหานำไปทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งช่วงเดือนมี.ค.2569
แผนการวางไว้ก่อนศาลรัฐธรรมนูญออกคำวินิจฉัยกำหนดให้ทำ 3 ครั้ง
“เห็นควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่? – เนื้อหาสาระควรเป็นอย่างไร ? – เห็นควรรับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขหรือไม่?”
ศาลรัฐธรรมนูญยังเพิ่มคำวินิจฉัย? โดยที่ผู้ยื่นร้องไม่ได้ขอ
“ไม่ให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน” ?!
คำวินิจฉัยเพิ่มจากคำร้อง ทำให้แก้รัฐธรรมนูญต้องปรับรื้อกระบวนการยกใหญ่
ตอกย้ำอีกครั้งว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ยกร่างโดยคณะที่ตั้งโดยคสช. วางกลไก “แก้ยากถึงขั้นแก้ไม่ได้เลย”
ยกตัวอย่างยากๆ ต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง “สส.500+สว.200”
สส.+สว. เกินกึ่งหนึ่งแล้วยังไม่พอ ต้องได้เสียงสว.เห็นชอบอย่างน้อยหนึ่งในสาม (1 ใน 3 ของ 200) คือ 67 เสียง จึงจะแก้รัฐธรรมนูญได้
วุฒิสภาปัจจุบันรับรู้กันทั้งโลก “สว.น้ำเงิน” ยึดครองเสียงข้างมากเกินกว่าร้อย
เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด จัดการได้ไม่ยาก แค่ 3 พรรคหลักรวมกันก็ทะลุ 300 จาก 500 เสียง
เสียงสว.นี่แหละ ทำอย่างไรจะได้หนึ่งในสาม หรือไม่น้อยกว่า 67
ที่ผ่านมา “สว.น้ำเงิน” แสดงอิทธิฤทธิ์ “เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ” ตามโผโพยนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อพรรคประชาชนตัดสินใจหนุนหัวหน้าพรรคสีน้ำเงินเป็นนายกฯ เพื่อรับเงื่อนไข “แก้รัฐธรรมนูญมรดกรัฐประหาร”
เมื่ออนุทิน-ภูมิใจไทยยืนยันหนักแน่นเป็นรัฐบาล 4 เดือนแล้วยุบสภา รักษาสัจจะแก้รัฐธรรมนูญ
ประชาชนคนไทยต้องติดตามใกล้ชิดเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
ในวันเลือกตั้งครั้งต่อไป ??!
นายเจ็ดอักษร