“ผลที่ออกมา พรรคเพื่อไทยทิ้งห่างพรรคประชาชนเป็นเท่าตัว เชื่อว่าคะแนนที่เป็นแฟนคลับเพื่อไทยไม่ได้ห่างหายไปไหน เขาก็ยังรักและศรัทธาพรรคเพื่อไทย ปัญหาอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะเดินไปในจุดยืนในเป้าหมาย หรือทิศทางที่สมาชิกพรรคยังเข้าใจยังศรัทธาอยู่หรือไม่ ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม” นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนหลักพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 7 เชียงราย
นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากเพื่อไทยเป็นผู้ชนะ ได้ 45,615 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งจากพรรคประชาชน ที่ได้ 19,862 คะแนน
นายภูมิธรรมมั่นใจว่า ฐานเสียงแท้จริงของพรรคเพื่อไทยยังเหนียวแน่น แฟนคลับยังรักและศรัทธาพรรค แม้จะมีกระแสข่าวคะแนนนิยมลดลง หรือมี “เลือดไหล” ออกจากพรรคบ้างก็ตาม
สิ่งที่สะท้อนจากคำพูด นายภูมิธรรม คือพรรคเพื่อไทยได้เริ่มต้นกระบวนการ “ทบทวนตัวเอง” อย่างจริงจัง
เตรียมกลับมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มกำลัง รวบรวมความเห็นสมาชิกพรรค ฟังเสียงวิจารณ์จากโซเชี่ยลมีเดีย ตลอดจนการยอมรับว่าอดีตผู้บริหารพรรคที่เป็นรัฐมนตรีหลายคนขาดการเชื่อมโยงกับพรรค คือ “จุดอ่อน” ต้องเร่งแก้ไข
การพูดคุยกับกลุ่มแกนนำแต่ละภาคส่วน เผยให้เห็นว่าพรรคกำลังปรับโครงสร้างและยุทธศาสตร์ใหม่อย่างจริงจัง
กับอีกเรื่องที่พูดถึงกันมากคือ การกลับเข้าสู่เรือนจำของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรค แม้จะไม่ใช่ยุทธศาสตร์เพื่อไทย แต่ได้ส่งแรงสะเทือนถึงจิตใจกลุ่มแฟนคลับผู้สนับสนุน
นายภูมิธรรม ไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ โดยใช้คำว่า “ความเห็นอกเห็นใจ” และความเห็นอกเห็นใจนี้ จะแปรเปลี่ยนเป็นอะไร ขอให้ติดตาม
ตรงนี้คือจุดที่เพื่อไทยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ในเชิงการเมืองฉาบฉวย แต่คือการฟื้นความศรัทธา ผ่านการยืนยันจุดยืนประชาธิปไตย และการตอกย้ำว่าพรรคเป็นฝ่ายถูกกระทำทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องนับแต่ยุคไทยรักไทย
“อยากให้ติดตามเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย หลังจากกลับมาเป็นฝ่ายค้าน คงไม่นานเกินไป เพราะตอนนี้ยังมีเวลาเหลือ ถ้ารัฐบาลนายอนุทินและพรรคประชาชน รักษาสัญญาที่จะยุบสภาภายใน 4 เดือน ซึ่งมีเวลาไม่มากแล้ว”
“การกลับมาสนใจปรับปรุงพรรคและเตรียมการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” นายภูมิธรรมกล่าว
มันฯ มือเสือ