ประธานสภาผู้แทนฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้ลาออกจากประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ
โดยอ้างถึงมารยาททางการเมือง เพราะขณะนี้ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ เป็นฝ่ายค้านแล้ว ควรเปิดทางให้คนของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเป็นแทน
ฝ่ายประธานวันนอร์บอกว่า เก้าอี้ประธานสภา และรองประธานสภา นั้น ไม่เคยมีกำหนดในรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับว่าจะเปลี่ยนไปตามรัฐบาล เพราะประธานสภา และรองประธานสภา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคการเมือง แต่เป็นตำแหน่งที่เป็นอิสระ
“ถ้าดูประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลสักกี่ครั้งก็แล้วแต่ ประธานสภา ก็ไม่ได้เปลี่ยน นี่ไม่ได้หมายความว่าประธานสภา หรือรองประธานสภา อยากจะเปลี่ยน แต่ก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ” ข้ออธิบายของประธานวันนอร์
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าภูมิใจไทย ตอบข้อซักถามว่ายังไม่ทราบเรื่อง แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน
พร้อมย้ำว่าอีก 4 เดือนก็ยุบสภาแล้ว ตามที่ทำข้อตกลง MOA ไว้กับพรรคประชาชน
“ไม่ใช่ท่าทีของพรรค เป็นความคิดส่วนตัวของสส.แต่ละท่านที่มีอิสระ ที่สามารถแสดงความคิดเห็น ส่วนขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ตามนั้น” นายกฯ อนุทินย้ำท่าทีภูมิใจไทยต่อตำแหน่งประธานและรองประธานสภา
ต่อเรื่องนี้ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การที่การเมืองไม่ปกติในวันนี้ ทั้งการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และการสนับสนุนพร้อมเงื่อนไขของพรรคประชาชน
ย่อมทำให้การเคลื่อนไหวใดๆ ของพรรคภูมิใจไทย และแนวร่วม ย่อมถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ดังในอีกมุมมองของสส.พรรคเพื่อไทย ก็ร่วมตั้งคำถามว่าการยอมทุกอย่างของภูมิใจไทย เพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
เพราะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ “คดีฮั้วสว.” และ “ที่ดินเขากระโดง” หรือไม่
จนคนเริ่มครหาแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งมาเพื่อยุบสภา แต่ตั้งมาเพื่อยุบคดีสีน้ำเงินมากกว่า
เอาเป็นว่านอกจากเรื่องยุบสภาแล้ว สังคมยังต้องจับตาด้วยว่า จะมีเรื่องยุบคดีเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ภายใน 4 เดือน
ข้าวตอกแตก